การทำบุญ

จะแสดงระเบียบทำบุญตามประเพณีนิยมชนผู้อารยะเจริญแล้ว ย่อมมีพิธีกระทำต่าง ๆ ตามคตินิยมของหมู่นั้น ๆ ชาตินั้น ภาษานั้น การทำบุญในพระพุทธศาสนาในฐานะที่เราเป็นพุทธศาสนิกชน เราควรรู้ว่าวิธีที่ถูกนั้นเขาทำกันอย่างไร เพราะทุกศาสนามีประเพณี ระเบียบแบบแผนทั้งนั้น ตามที่บัญญัติกันขึ้นใช้ให้สมกับศาสนานั้น การทำบุญในศาสนาของเรามีอยู่ ๒ อย่าง คือ:

การทำบุญในงานมงคล

การทำบุญในงานมงคลเป็นประเพณีที่สำคัญของคนไทย ซึ่งมีความเชื่อว่าการทำบุญจะช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตและครอบครัว การทำบุญในงานมงคลมีหลายรูปแบบ เช่น การทำบุญขึ้นบ้านใหม่ การทำบุญวันเกิด การทำบุญแต่งงาน และการทำบุญในโอกาสพิเศษต่างๆ

การทำบุญในงานมงคลมักจะเริ่มต้นด้วยการนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีทางศาสนา เช่น การสวดมนต์ การถวายภัตตาหาร และการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรและผู้ล่วงลับไปแล้ว

นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมอาหารและของหวานต่างๆ เพื่อถวายพระสงฆ์และเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน การทำบุญในงานมงคลไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับเจ้าภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงอีกด้วย

การทำบุญในงานอวมงคล

การทำบุญในงานอวมงคลเป็นการแสดงความเคารพและระลึกถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมีการจัดพิธีทางศาสนาและการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่จากไป การทำบุญในงานอวมงคลมีขั้นตอนและพิธีกรรมที่แตกต่างกันไปตามประเพณีและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น

ในงานอวมงคลมักจะมีการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์และแสดงธรรมเทศนา เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ฟังธรรมและระลึกถึงความไม่เที่ยงของชีวิต นอกจากนี้ยังมีการถวายภัตตาหารและปัจจัยต่างๆ แก่พระสงฆ์ เพื่อเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

การทำบุญในงานอวมงคลยังเป็นโอกาสที่ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงจะได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงความอาลัยและให้กำลังใจแก่ครอบครัวของผู้ที่จากไป การทำบุญในงานอวมงคลจึงเป็นการแสดงความรักและความผูกพันที่มีต่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และเป็นการสร้างความสามัคคีในหมู่ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง

การทำบุญในงานมงคลนั้น ได้แก่การทำบุญเพื่อความสุขความเจริญโดยปรารภเหตุที่ดี ไม่เป็นมูลเหตุจากสิ่งชั่วร้าย เรียกว่า "งานมงคล" ทั้งนั้น

การทำบุญในงานอวมงคลนั้น ได้แก่การทำบุญเพื่อความสุขความเจริญโดยปรารภเหตุที่เป็นมาไม่สู้ดี แล้วจัดการทำบุญเพื่อ "กลับสิ่งชั่วร้ายให้กลับดี" และเป็นศิริมงคลต่อไป อย่างนี้เรียกว่า "งานอวมงคล"

กิจเบื้องต้น

กิจเบื้องต้นก่อนที่จะถึงพิธีการทำบุญ ควรแต่งสถานที่ให้เรียบร้อย เพื่อรับรองพระสงฆ์และแขกผู้มาในงาน และรับพระพุทธ พระธรรมด้วย คือ เชิญพระพุทธรูปมาบูชา อาราธนาพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์หรือ แสดงธรรม

การจัดอาสนะ

การจัดอาสนะที่นั่งของพระสงฆ์ ต้องทำให้สูงหรือมีเครื่องหมายสูงกว่าคฤหัสถ์ เป็นต้นว่ามีพรมหรืออาสนะอะไรก็ได้ตามฐานะ ถ้ามีความเคารพมากต้องปูลาดด้วยผ้าขาว เพราะถือกันว่าเป็นของสูง การจัดอาสนะสำหรับพระสงฆ์ ให้จัดตั้งไว้เบื้องซ้ายของโต๊ะพุทธบูชา และอาสนะของพระสงฆ์นั้น จะปูลาดเป็นที่นั่งอันเดียวกับผู้หญิงไม่ได้ ที่อาสนะของพระสงฆ์แต่ละที่นั้น ต้องจัดตั้งกระโถน ภาชนะน้ำ และพานหมากบุหรี่ทางขวามือ ต้องจัดตั้งกระโถนอยู่ในลำดับใน แล้วจึงถึงภาชนะน้ำ แล้วถึงพานหมากบุหรี่เป็นที่สุดทางหน้า จึงจะถูกต้องตามระเบียบ

เครื่องสักการบูชา

อนึ่ง ในสถานที่ที่เราจะประกอบการกุศลนั้น ต้องตั้งโต๊ะสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปไว้เป็นที่สักการบูชา ไม่ว่างานอะไรจะต้องมีพระพุทธรูป ต้องจัดตั้งหันพระพักตร์ไปทางทิศบูรพา ถ้าสถานที่เหมาะ ควรทำได้ก็ควรจัดทำ ถ้าไม่เหมาะก็ไม่เป็นไร แต่ต้องจัดพระพุทธรูปไว้ในที่สูงกว่าสิ่งสักการะใดๆ ทั้งสิ้น

อนึ่ง ถ้าได้จัดด้วยโต๊ะหมู่ ๕ หมู่ และหมู่ ๙ ควรมีแจกันประดับดอกไม้ให้เป็นระเบียบ เชิงเทียนพร้อมทั้งกระถางธูปสำหรับจุดถวายเป็นพุทธบูชา ในเรื่องของกระถางธูป มีปรากฏว่า บางคนเอากระโถนมาทำเป็นกระถางธูป อย่างนี้ไม่ควรเลย เพราะกระโถนเป็นของต่ำ จะเอามาใช้เป็นของสูงไม่ควร การทำสักการะบูชา อย่าทำเป็นเล่นอย่างตุ๊กตา ต้องทำจริงๆ ทำเป็นเล่นไม่ได้

การโยงสายสัญญาณ

การทำบุญโดยมากมักมีด้ายสายสิญจน์ ประเพณีนี้นับถือเนื่องมาจากศาสนาพราหมณ์ เกี่ยวกับพวกเวทมนต์ ในพระพุทธศาสนาของเราอนุโลมตามให้ใช้ได้ สายสิญจน์นี้เขาโยงถึงรั้วบ้าน และวงเข้ามาทางพระพุทธที่ตั้งไว้สำหรับสักการบูชาและวงฐานพระพุทธด้วย หมายความว่าพระพุทธก็สวดมนต์ด้วย ต่อมาก็วงบาตรน้ำมนต์ ระวังบาตรน้ำมนต์ บางทีไม่มีน้ำ

บาตรน้ำมนต์ควรตั้งใกล้พระเถระผู้ใหญ่ ถ้าเป็นหัวหน้าทางขวามือ บางคนไม่รู้เอาบาตรน้ำมนต์ไปตั้งไว้เสียห่างถึงบนโต๊ะหน้าพระพุทธรูปที่เคียง

เทียนน้ำมนต์ต้องใช้เทียนอย่างดีหนักบาทหนึ่งเป็นอย่างน้อย ไส้เทียนควรทำใหญ่พอควร เวลาจุดจะได้ไม่ดับง่าย เพราะถ้าจุดแล้วดับก่อนที่พระท่านจะดับเอง ถือว่าไม่เป็นมงคล

เทียนน้ำมนต์นี้เมื่อพระสวดถึงบท อเสวนา จ พาลาน... ให้เจ้าภาพจุดเทียนเอง เมื่อท่านสวดถึงบทว่า ขีณัง ปุรานัง... พระเถระผู้เป็นหัวหน้าก็เริ่มหยดเทียนน้ำมนต์ และเมื่อถึงบทว่า นิพฺพานัง ปรมัง สุขัง (ดับเทียนตรง นิพฺ...) ท่านก็จุ่มเทียนดับลงในบาตรน้ำมนต์ และเมื่อท่านดับแล้วเทียนนั้นห้ามจุดอีกเป็นอันขาด ถือกันว่าเป็นการเสนียดจัญไร และสิ่งอันไม่เป็นมงคลทั้งหมดเลย

การนิมนต์พระ

การนิมนต์พระสงฆ์ไปเจริญพระพุทธมนต์ อย่างน้อยมักนิมนต์ ๕ รูป ๘ รูป ๙ รูป ทั้งนี้เพราะหวังได้คู่ คือเป็นคู่กันกับพระพุทธรูป ไม่นิยมคี่ แต่ประเพณีหลวงนิยมนิมนต์พระสงฆ์เต็มตามจำนวนคู่เลยทีเดียว คือ ๖ รูป ๘ รูป ๑๐ รูป การไปนิมนต์พระสงฆ์มารับอาหารบิณฑบาต อย่าระบุชื่ออาหาร (โภชนะ ๕ ข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ) ถ้าระบุชื่อ พระท่านจะรับนิมนต์ไม่ได้ เพราะเป็นการผิดวินัย ฉะนั้น จึงมีสมณโวหารนิยมสำหรับนิมนต์พระว่า "นิมนต์รับอาหารบิณฑบาตเช้าหรือเพล"

ขณะเมื่อพระสงฆ์เข้าไปในบ้านเพื่อเจริญพระพุทธมนต์ ขณะที่ถึงบ้าน คฤหัสถ์จะต้องคอยล้างเท้าให้พระ แล้วมีคนเช็ดเท้าอีกด้วย ทั้งนี้ถ้าปล่อยให้พระล้างเองย่อมเป็นการผิดวินัย น้ำมีตัวสัตว์พระทำไม่ได้ ต้องมีเครื่องกรองน้ำเป็นการลำบากแก่ท่าน ที่ให้เช็ดเท้าก็เพื่อว่า เมื่อมีเท้าเปียกชุ่มก็จะขึ้นเหยียบบนอาสนะไม่ได้ จึงมีประเพณีนิยมกันอย่างนี้

หน้าที่เจ้าภาพ

เมื่อพระสงฆ์ท่านมาพร้อมแล้ว ท่านผู้เป็นเจ้าภาพต้องจุดธูปเทียนเอง ถ้าเป็นงานทำบุญอายุให้บิดามารดา ก็ให้ท่านจุดเอง ถ้าเป็นงานบ่าวสาวก็ให้เขาจุดเอง แต่บางที่พ่อตาจุดให้เสร็จเสียเอง ช่างเขาเถอะอย่าไปวุ่นกับเขาเลย ธูปจุดเพียง ๓ ดอก และเทียนเพียงคู่เดียว มากนักควันกลบ อย่าประหม่า ควรจุดให้ติดจริงๆ อย่าทำให้ได้อายแขกเขา เมื่อจุดเสร็จแล้วก็ถอยมาหน่อยหนึ่ง บูชาอธิษฐานแล้วกราบ ๓ หน แล้วหันมากราบพระสงฆ์อีกด้วย

ต่อนั้นอาราธนาศีล ถ้าว่าได้เองเป็นเหมาะยิ่งนัก การรับศีลถ้าว่าออกเสียงตามได้เป็นดี เมื่อรับศีลเสร็จแล้ว ก็อาราธนาพระปริตรต่อได้เลย เมื่อว่าพอถึงครั้งที่ ๓ พระองค์ที่นั่งในลำดับที่ ๓ ก็เตรียมจับพัดตั้ง พอจบก็ขัด ปริตฺตํ หรือ สาธุ ได้เลยทีเดียว (การอาราธนาศีลก็เช่นเดียวกัน พอถึง ตติยมฺปิ พระก็เตรียมจับพัดทั้งตามธรรมเนียม เมื่อจบก็ให้ศีลทันที)

เมื่อพระสวดถึงบทว่า นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ... ควรเตรียมน้ำร้อนน้ำชา ฯลฯ พอสวดจบก็ถวายท่านได้เลย (ถ้าสวดมนต์เย็นอย่างเดียวไม่มีฉันเข้าอนุโมทนาเลย ถ้ามีฉันเข้า ยังไม่ต้องอนุโมทนา รอไว้อนุโมทนาเข้าเลย)

การนิมนต์พระเจริญพระพุทธมนต์นี้ โดยมากมักนิมนต์พระสงฆ์ไปเจริญพระพุทธมนต์ในเวลาเย็นแล้วมีฉันเช้าอีก บางทีก็นิยมกันนิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เช้า ฉันเพลให้แล้วเสร็จในวันเดียวเพื่อประหยัดเวลาก็มีเป็นอันมาก พูดถึงเรื่องฉันเช้ามีการให้ศีลเหมือนกันแต่ไม่ต้องอาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ท่านถวายพรพระ พอถึงพาหุ...เจ้าภาพเตรียมใส่บาตร ถ้าเป็นแต่งงานให้บ่าวสาวไปใส่บาตรคู่กัน เมื่อสวดจบก็เตรียมถวายอาหารบิณฑบาตได้ เจ้าภาพควรประเคน (ถวายของพระ) เอง ผู้ไปช่วยในงานไม่ควรประเคนแทนเขา ถ้าของนั้นเป็นของเราก็ประเคนได้ เมื่อพระฉันเสร็จแล้ว เจ้าภาพเตรียมเครื่องไทยทานถวายด้วยตนเอง

การเทศนา

การเจริญพระพุทธมนต์ ถ้ามีเทศน์ต่อจากสวดมนต์ ไม่ต้องอาราธนาศีลตอนพระสวดมนต์ ให้มาอาราธนาศีลตอนพระเทศน์เลย ฯลฯ พระเทศน์ต้องคอยดูเจ้าภาพ เมื่อเจ้าภาพจุดเทียนบูชาธรรมจึงขึ้นธรรมาสน์ ถ้ายังไม่จุดก็ยังไม่ขึ้น เมื่อพระเทศน์ขึ้นธรรมาสน์เรียบร้อยแล้ว ผู้เป็นหัวหน้าก็เริ่มอาราธนาธรรม พุทธา จ โลกา... ธรรมเนียมเขามีกันอย่างนั้นควรรู้ไว้ เทศน์จบแล้ว ยถา... อนุโมทนาเลย เจ้าภาพกรวดน้ำ เสร็จแล้วจึงถวายไทยธรรมต่อภายหลัง นี่ก็เป็นธรรมเนียมนิยมเหมือนกัน

การตั้งเครื่องบูชา

การตั้งเครื่องบูชาสำหรับอาบน้ำศพและมีการทำบุญปากหีบ คือก่อนศพลงหีบ แต่ชาวบ้านไม่ค่อยได้ทำกัน ต้องมีโต๊ะเครื่องห้าจุด ธูปเทียนบูชา เทียน ๑ ดอกอยู่ซ้ายมือพระ ธูป ๑ ดอกอยู่ขวามือพระ (พระนั่ง) ถ้าจะให้ "ศพบูชา" ฟังพระสวดพระเทศน์ ให้เจ้าภาพจุดเทียนไว้ข้างใน ดอกไม้ไว้ข้างนอก เวลาจุดต้องจุดเทียนก่อนเพราะเทียนศักดิ์สูงกว่าธูป นี่เป็นธรรมเนียม บางคนตั้งไม่ถูก เนื่องด้วยไม่เข้าใจในธรรมเนียม ถ้าเจ้าภาพ "บูชาศพ" ต้องตั้งโต๊ะอีกตัวหนึ่งอยู่ในระยะพอควร ห่างศพเล็กน้อย ดอกไม้อยู่ข้างใน ธูปเทียนอยู่ข้างนอกจุดบูชาศพ การทำบุญศพไม่นิยมใช้ด้ายสายสิญจน์ แต่มีผ้าโยงจากศพ (ผ้าทาบโยงจากศพสำหรับบังสุกุล) มาวางไว้บนพานที่โต๊ะเครื่องห้า เวลาบังสุกุลจึงค่อยคลี่ไปวางข้างหน้าพระ ไม่ต้องประเคน

การทอดผ้า

การทอดผ้าบังสุกุลตามภูษาโยงนั้น มีไตร, จีวร, สบง, ย่าม และผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น การทอดผ้าต้องทอดตามขวาง อย่าทอดตามยาว ถ้าไม่มีพระท่านก็จะจับภูษาโยงบังสุกุลเอง ภูษาโยงนี้เขาถือกันมาก ห้ามข้ามเป็นเด็ดขาด ถ้าข้ามถือว่าเป็นการหมิ่นหรือสบประมาทผู้ตาย ขาดคารวะ ข้อนี้ควรระวังให้มาก

การจับพัด

เวลาชักบังสุกุล ต้องจับผ้าด้วยมือขวาหงายมือ จับพัดด้วยมือซ้าย แต่เวลาอนุโมทนาต้องจับพัดด้วยมือขวา อันนี้ขอให้พระและสามเณรพึงสังวร ระวัง มักผิดพลาดกันอยู่เสมอ การผิดพลาดในสังคมบ่งถึงเราขาดการอบรม น่าอายเขาเป็นอย่างยิ่ง

อนึ่ง การจับพัดในงานมงคลทั่วไปนั้น จับด้วยมือขวา จับแค่ด้ามพัด ต่ำจากใบพัดประมาณ ๕ นิ้วมือ และการตั้งพัดนั้น พึงระวังให้จงมาก ให้ด้ามพัดอยู่ในระหว่างกึ่งกลางเข่าทั้งสอง และอย่าตั้งให้มีเสียงดัง และให้พัดตั้งตรง ๆ ด้วย

การทำบุญให้ศพ นิยมกันดังนี้คือ ๗ วันคราวหนึ่ง ๕๐ วันคราวหนึ่ง ๑๐๐ วันคราวหนึ่ง

การทำบุญอัฐิ

การทำบุญอัฐิ โดยมากมักนิยมกันในวันเถลิงศก คราวเทศกาลตรุษ-สงกรานต์ เป็นการทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย มีปู่, ย่า, ตา, ยาย และพ่อแม่เป็นต้น การทำบุญอัฐิมักนิยมทำกันปีละครั้ง เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีให้เห็นว่า ปีหนึ่งเราทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เสียคราวหนึ่ง

การบวชนาค

การบวชนาค ก่อนบวชประมาณ ๑๕ วัน หรือ ๑ เดือน ต้องนำลูกไปฝากอุปัชฌาย์หรืออาจารย์ไว้ที่วัดเพื่อจะได้อบรมนิสัย และซ้อมคำขานนาคบวช เครื่องอัฏฐบริขารต้องมีครบ บางแห่งยังมีการบูชาเสมา หมายความว่าจะเข้าเขตพระพุทธเจ้าต้องบูชาเสียก่อน เป็นการบูชาพระนั่นเอง

การบวชลูกต้องทำกันอย่างประณีต เป็นการสงเคราะห์สำคัญอย่างยิ่ง เวลาเข้า พระอุโบสถ พ่อแม่ต้องจูงมือนาค พ่ออยู่ขวา แม่อยู่ซ้าย เอาไปถวายพระสงฆ์ ไม่ใช่นาคจูงพ่อแม่ไปสวรรค์ นิพพาน ตามที่บางคนเข้าใจนั้นผิด เวลา ประเคนไตรให้นาค พ่อแม่ต้องพร้อมกัน บาตรก็เหมือนกัน ก่อนที่จะประเคน ไตร นาคต้องกราบพ่อแม่ก่อนแล้วจึงประเคน

การถวายไทยธรรม

การที่เราเป็นทายก จะถวายกัปปิยภัณฑ์เป็นเงินทองนั้น ต้องเข้าใจ วิธีถวายจึงจะเป็นผล คือต้องใช้ใบปวารณาถวายแทนปัจจัย ไม่ควรถวายด้วย ตัวเงินทอง

ตัวอย่างใบปวารณา

ข้าพเจ้าขอถวายจตุปัจจัยแด่พระคุณเจ้าเป็นมูลค่า.......บาท ได้มอบไว้กับกัปปิยการกของพระคุณเจ้าแล้ว หากพระคุณเจ้าต้องประสงค์สิ่งอันควรแก่สมณบริโภค ขอจงเรียกจากกัปปิยการกของพระคุณเจ้าเทอญ.

การทำบุญในพระพุทธศาสนา เราต้องพยายามสนับสนุนในทางพระวินัยอีกด้วย เห็นว่าสิ่งใดผิดต่อพระวินัยเราก็จงงดเว้นเสีย

วันนี้เป็นวันสุดท้ายแห่งการอบรม รับโอวาทมาตลอดไตรมาส เมื่อเรา บวชมาแล้ว ได้รับการอบรมดีแล้ว ก็จงนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เถิด

ผู้บวชตั้งใจอบรมให้ดี แต่ขาดผู้สอนก็ไม่ได้ประโยชน์ ผู้สอน เห็นแต่ความสะดวกแก่ตน ไม่เอาใจใส่ในการสอนก็ไม่ได้ประโยชน์ นี่เราก็เป็นผู้พร้อมแล้วทั้ง ๓ ประการ เป็นความดีของพวกเราแล้ว

ความตั้งใจดีของผู้บวชก็มี ความตั้งใจดีของผู้สอนก็มีอยู่พร้อม ความสำเร็จประโยชน์จากการอบรมจึงสมบูรณ์ด้วยความปรารถนา ถึงแม้จะลาสิกขาบทดำรงฆราวาสต่อไป ก็ควรทำใจให้ดี "มาดี ไปดี อยู่ดี ปฏิบัติดี"

การบวช เราได้รับการอบรมอย่างนี้แล้วให้นำไปใช้ด้วย และจงใช้ให้เหมาะกับกาลเทศะ เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็จักเจริญยิ่ง ๆ ผู้ได้รับการอบรมเห็นปานนี้อยู่ในวงศ์ตระกูลใด ย่อมนำวงศ์ตระกูลนั้นให้เจริญ อยู่ในหมู่คณะสมาคมใด ย่อมนำหมู่คณะสมาคมนั้นให้เจริญ อยู่ในประเทศชาติใด ย่อมนำประเทศชาตินั้นให้เจริญ และอยู่ในศาสนาใด ย่อมนำศาสนานั้นให้เจริญ ไม่เสียทีที่เราได้กำเนิดเกิดมาเป็นมนุษย์ (ผู้มีใจสูง) จงทำตนให้สมกับที่ได้รับสมมติว่า "เป็นผู้ได้อบรมแล้ว" "บัณฑิต" ฯ

ขอท่านทั้งหลายจงมีความสุขสวัสดิ์ งอกงามไพบูลย์ในพระพุทธศาสนา ตลอดกาลเป็นนิจนิรันดร์ เทอญ ฯ