พิธีแต่ง

เมื่อปลูกเรือนหอเสร็จแล้ว ก่อนจะถึงฤกษ์แต่งงานวันหนึ่งเรียกว่า วันสุกดิบ ตอนเช้าผู้ปกครองฝ่ายชาย ขนผ้าไหว้และขันหมากไปยังบ้าน เจ้าสาว ผ้าไหว้นั้นเป็นของกำนัลสำหรับเจ้าบ่าวให้บิดามารดาฝ่ายหญิง คน ละสำรับ แล้วมีผ้าขาวสำหรับไหว้ผีบิดามารดา หรือผีปู่ย่าตายายอีกสำรับ หนึ่ง เมื่อเสร็จการมงคลแล้ว ผู้ปกครองฝ่ายหญิงก็เอาผ้าขาวไหว้ผีนั้น ตัด เย็บย้อมเป็นสบงจีวร หรือเย็บเป็นมุ้งถวายพระสงฆ์อุทิศส่วนกุศลไปตาม เจตนา ขันหมากซึ่งฝ่ายชายต้องจัดหานั้นมี ๒ อย่างเรียก ขันหมากเอก อย่างหนึ่ง ขันหมากเลว อย่างหนึ่ง

ข้นหมากเอกนั้นเป็นขบวนใส่ข้าวสารหมากลูกพลูจีบลำดับเรียงรอบปาก ขัน มีฉัตรระย้าทองอังกฤษปักเป็นยอดตั้งขันไปบนพานแว่นฟ้า มีตะลุ่มหรือ โต๊ะใส่หมากพลูหมูต้มห่อหมกขนมจีบ มีฝาบิดแล้วหุ้มผ้าลายเกี๊ยวผ้าไหมอีก ชั้นหนึ่ง มีอ้อย มะพร้าวอ่อน เหล้าใส่ขัน พานถั่วงาขี้นึ่ง สิ่งที่กล่าวมา นับว่าเป็นขันหมากเอก

ข้นหมากเลวนั้นมากตั้ง ๕๐ ที่หรือ ๑๐๐ ที่ตามแต่จะตกลงกัน มีขนม ส้ม กล้วย ลูกไม้ต่าง ๆ ส่งไปก่อนวันฤกษ์ขีวันหนึ่ง เรียกกันว่าวันสุกดิบ

ครั้นเวลาเย็น นิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ที่เรือนหอ ฝ่ายเจ้าบ่าว แต่งตัวเต็มยศไปกับเพื่อนบ่าวหลายคน ไปฟังสวดมนต์ที่เรือนหอ ครั้น พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์จบแล้ว บิดามารดาฝ่ายหญิงจึงพาเจ้าสาวออกมา ให้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวนั่งใกล้กัน มีเฒ่าแก่ฝ่ายหญิงนั่งคั่นกลางอยู่คนหนึ่ง ให้ พระสังฆนายกสวมมงคลเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว เป็นมงคลคู่มือสายสิญจน์ล่ามติด กันเรียกว่า มงคลแฝด ฝ่ายเพื่อนบ่าวก็นั่งเรียงต่อจากเจ้าบ่าว เพื่อนสาวก็ นั่งเรียงต่อจากเจ้าสาวไปที่หน้าเรือนหอนั้น พระสงฆ์สวด ชยนุโต พร้อม กัน และพระสังฆนายกก็พรมน้ำพระพุทธมนต์ ให้เปียกทั่วกันทั้งพวกเจ้าบ่าว และเจ้าสาว เวลานั้นเป็นการสนุกรื่นเริงทั้งสองฝ่าย พวกเจ้าบ่าวก็เบียด เสียดเจ้าบ่าวเข้าไปให้ใกล้เจ้าสาว พวกเจ้าสาวก็เบียดเสียดเจ้าสาวเข้ามาให้ ใกล้เจ้าบ่าว พวกหนุ่มสาวทั้งสองฝ่ายเบียดเสียดกันชุลมุน จนบางทีหญิงเฒ่า แก่ที่นั่งกั้นกลางอยู่นั้น ต้องหลีกห่างออกมา เมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าไปนั่ง ชิดกันก็เป็นเสร็จพรมิ่น้ำ ในคืนนั้นเจ้าบ่าวต้องนอนอยู่ที่หอ มีเครื่องดนตรี ดีดสีตีเป่าขับร้อง เรียกว่า กล่อมหอ คืนหนึ่ง

รุ่งขึ้น ถึงวันฤกษ์ดี เวลาเช้า พระสงฆ์มาพร้อมกันแล้ว เจ้าบ่าว กับเจ้าสาวต้องตักบาตรร่วมขันกัน ตักด้วยทัพพีเดียวกัน ตอนจับทัพพีจะมีการเกี่ยงกันหน่อย ๆ เพราะถือกันว่า ถ้าใครจับได้ตอนบนก็จะได้เป็นไก่บน คือผู้มีอำนาจเหนือ ถ้าใครจับได้ตอนล่างจะต้องเป็นไก่ล่าง คืออยู่ในอำนาจ เขา ดังนั้นในตอนนี้ทั้งสองฝ่ายจึงต้องรีรอดูท่าทีกัน อันที่จริงอำนาจคงไม่ ได้อยู่ที่ทัพพีเป็นแน่ อยู่ที่น้ำใจของกันและกัน ถ้าปฏิบัติถูกเรื่องกันต่างก็มี อำนาจขึ้นในตัวของตนเอง แต่ที่ถือเรื่องจับทัพพีก็เป็นเรื่องที่ถือกันมาและ นึกว่าเป็นไปได้ พิธีที่กล่าวมานี้เป็นแบบเก่ายังมีอยู่ตามชนบท

ในปัจจุบันนี้ เขาแต่งงานบุตรหลานในวันฤกษ์ดีวันเคียว เวลาเช้า เลี้ยงพระสงฆ์ถวายไทยทานต่าง ๆ ของถวายพระสงฆ์นั้น ฝ่ายชายฝ่ายหญิง แบ่งปันกันถวายพระตามที่ตกลงกัน ครั้นพระสงฆ์ฉันเสร็จแล้ว บิดามารดา ญาติฝ่ายหญิงจัดของคาวสำรับหนึ่ง ของหวานสำรับหนึ่งไปให้แก่บิดามารดา ญาติฝ่ายชาย ในตอนเช้าเมื่อเลี้ยงพระสงฆ์แล้วสำหรับคาวหวานที่จัดไปนั้น เรียกว่า ของเลื่อน ทั้งนี้เพื่อบอกให้รู้ว่าการเลี้ยงพระได้เสร็จแล้วให้นำขัน หมากไปเถิด บิดามารดาญาติฝ่ายชายเมื่อได้รับของเลื่อนแล้ว จึงให้เฒ่าแก่ ผู้ใหญ่นำทุนสินผ้าไหว้ขันหมากไปยังบ้านฝ่ายหญิง