คำอาราธนาศีลอุโบสถ

มะยัง ภันเต ติสรเณน สหะ อัฏฐะสีลัง ยาจามะ, ทุติยมปิ, ตติยมปิ..... (คนเดียวเปลี่ยนเป็น อะหัง.....ยาจามิ)

คำแปล

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขออุโบสถศีลอันพระพุทธ เจ้าทรงบัญญัติไว้ ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ กับทั้งพระไตรสรณคมน์, แม้ครั้งที่สอง....., แม้ครั้งที่สาม.....,

อธิบาย

คำว่า "วิสุ" วิสุ" ในบัดนี้ไม่ค่อยจะได้ใช้กัน แต่ท่านที่ถือแบบโบราณ

  • ยังใช้อยู่ ฉะนั้น ในเมื่ออาราธนาศีลจะใช้คำว่า "วิสุ" วิสุ" ด้วยก็ไม่ผิด

  • หรือจะไม่ใช้ก็ไม่ผิดเป็นอันว่าใช้ได้ทั้งสองอย่าง การอาราธนาศีลนั้น ที่จริง ไม่ได้อาราธนาแต่ศีล อาราธนาไตรสรณคมน์ด้วย ไตรสรณคมน์หมายความ ว่า ขอถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก ก่อนอาราธนา ควรกราบพระ ๓ หน แล้วคุกเข่าท่าพรหมประณมมือขึ้นเพียงอก แล้วกล่าว คำอาราธนา วิธีอาราธนานั้น บางแห่งให้หัวหน้ากล่าวอาราธนาแต่ผู้เดียว ก็มี บางแห่งเปล่งอุทานวาจาอาราธนาพร้อมกันทั้งหมดก็มี แต่โดยมากที่ให้

  • หัวหน้าอาราธนาคนเดียวนั้น สำหรับศีลห้าที่เรียกว่านิจศีล กับศีลแปด ๑ ธรรมดา ส่วนอุโบสถศีลนั้น โดยมากใช้กล่าวคำอาราธนาพร้อมกันทั้งหมด ธรรมเนียมที่ใช้แตกต่างกันเช่นนี้ เข้าใจว่าคงจะเป็นเพราะผู้ขอศีลเหล่านั้น สองประการ

อาราธนาศีล ๕ สำหรับวันธรรมดา อาราธนาศีล ๘ สำหรับวัน พระ อาราธนาศีลอุโบสถ ก็คือศีล ๘ นั่นเอง แต่ต่างกันที่ศีล ๘ นั้น เมื่อ รับไปทั้ง ๘ แล้ว หากล่วงในข้อใดก็เป็นอันขาดในข้อนั้น ไม่ขาดทั้งหมด ส่วนศีลอุโบสถต้องรักษาให้พร้อมทั้งองค์ ๘ ประการ หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง ก็เป็นอันขาดหมด อีกประการหนึ่ง ศีล ๘ รักษาได้ ไม่มีกำหนดเวลา แต่ศีล อุโบสถต้องรักษาให้ครบวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ถ้าบกพร่องไม่เป็นอุโบสถ