เครื่องประกอบโลง

โลงที่บรรจุศพนั้น เมื่อทำพิธีเบิกเสร็จแล้ว จะต้องมีสิ่งประกอบ ดังนี้ คือ

ก. ฟากหรือเผือก ใช้ทำด้วยไม้ไผ่ขนาดกว้าง ๕ เซนติเมตรยาว ขนาดพอที่จะลงโลงได้ อัน เกลาข้อและลบเหลี่ยมพอเรียบๆ ถักด้วยหวาย ให้เรียงติดกันเป็นผืน เอาผิวขึ้นแล้วมัดติดกับกระบอกไม้ไผ่ซึ่งทำเป็นหมอน รอง ยาวเท่าขนาดความกว้างของโลงเป็น ๓ ระยะเพื่อประสงค์ว่า เมื่อวาง ฟากหรือเผือกนี้ลงไปในโลงแล้ว จะได้ไม่ติดกับพื้นโลงอย่างหนึ่ง และอีก อย่างหนึ่งจะได้มี ที่พอบรรจุเครื่องซับน้ำเหลืองเข้าได้ ฟากหรือเผือก นั้นได้ การที่มีเผือกนี้ย่อมสะดวกสองประการ คือจะยกศพออกจากโลงได้ง่ายอย่าง หนึ่ง เวลาเผา ไฟจะได้ลอดขึ้นตามซี่เผือกไหม้ศพหมดไปได้ง่ายอย่างหนึ่ง

ศพอนาถาที่จะนำไปเผาหรือฝังสด ๆ แต่ครั้งก่อนเขาใช้ผ้าห่มนอน ห่อพันเขาแล้วห่อด้วยเผือกไม้ไผ่ ๗ ซี่ สัปเหร่อ ๒ คน หามหัวหามท้าย เอาไปวัดโดยไม่ต้องใช้โลง

ในเรื่องนี้มีคำภาษาเก่า ๆ พูดกันเป็นนัยว่า "ผู้นั้นเขานอนเผือก ๘ ซี่" ก็เป็นที่เข้าใจกันได้ว่าผู้นั้นตายเสียแล้ว หรืออีกนัยหนึ่งพูดเป็นเชิงเย้ยหยัน กันว่า "ถึงจะถือเนื้อไว้ตัวว่าเป็นคนมั่งมี มียศอำนาจวาสนาอย่างไรก็ตาม ก็คงไม่พ้นนอนเผือก๗ ซี่ไปได้" ดังนี้หมายความว่า คนเราเมื่อตายไปแล้ว ถึงจะมั่งมีบรรจุโลงอย่างงดงามก็ไม่พ้นที่จะต้องนอนเผือก๗ ซี่ที่รองกันโลง หรือคนเข็ญใจซึ่งไม่มีโลงใส่ ก็ต้องนอนแบบเผือก๗ ซี่เช่นกัน

ข. ใบตองตานี ๓ ยอด เมื่อวางเผือกหรือฟากลงไว้ในโลงแล้ว เอาใบตองตานีอย่างงามไม่ให้ใบแตก และคัดอย่างไม่ไว้หูรวม ๓ ยอด มาบุ ไว้บนเผือกหรือฟากแล้วปูเสื่อหรือที่นอนลงบนใบตองนั้นอีกที่หนึ่งให้มีพร้อม ทั้งหมอนหนุน แล้วยุดศพลงวางให้นอนตะแคง บรรจุเครื่องซับน้ำเหลือง และเครื่องดับกลิ่นเหม็นตามควร เช่นบุ่นขาว ใบชาขมิ้นผง ใบสาเก ใบฝรั่ง ใบบัวหลวง เถ้าแกลบ กระดาษฟาง เป็นต้น บางแห่งใช้ผลฝรั่งสุกวางไว้บน โลง ถือว่าฝรั่งสุกดูดกลิ่นเหม็นเข้าไปไว้ได้

การที่ใช้ใบตองปูนี้ ได้ความว่า ปูไว้เพื่อรองรับน้ำเหลืองไม่ให้ไหล ตกไปกับโลงได้ง่าย แต่การใช้ยอดตองจำกัดเพียง ๓ ยอดนั้น ยังไม่พบ หลักฐานกล่าวไว้ในที่ใด เป็นแต่มีผู้เล่าให้ฟังว่า การที่ปูเพียง ๓ ยอด คือ ปูตามยาว ๒ ข้าง ๆ ละยอด และปูทาบลงกลางอีกยอดหนึ่งพอดีแล้ว ถ้าจะ ใช้ใบตองน้อยกว่านี้ก็ไม่พอ หรือจะใช้มากกว่านี้ก็เหลือเปล่า และการใช้ ใบตองชนิดที่ตัดไม่ไว้หูนั้นโดยเกรงว่า เมื่อตัดไว้หูด้วยแล้วจะเหลือทางของ ใบตองสั้นกว่าความยาวของโลงมากไป

ค. บันไดวางหลังโลง เขาใช้ไม้ไผ่จักผูกเป็นขั้นเหมือนบันได ขนาดส่วนยาวและกว้างเท่ากับปากโลง ส่วนขั้นนั้นบางท่านว่ามี ๓ ขั้น เปรียบเทียบไว้เป็นปัญหาธรรม คือ หมายถึงภพทั้ง ๓ และบางท่านก็ว่ามี ๔ ขั้น ดังที่พูดกันว่า "ขึ้นคู่บันไดผี ขั้นคี่บันไดคน" ดังนี้

การทำไม้ไผ่เป็น ๔ ขั้นเรียกว่าบันไดนี้ ถือกันว่าเพื่อให้ผู้หามพาดขึ้น ไปไหว้พระจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ในเรื่องมหากาลเถระท่านกล่าวว่า บันไดสามขั้นนั้นเปรียบเหมือนภพ ทั้งสามคือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ ภพทั้งสามนี้ สัตว์ทั้งหลายย่อมเวียนเกิด เวียนตายอยู่ไม่รู้ขาด ผู้คนขึ้นและลงบันได ฉะนั้น ต่อเมื่อได้วาสนาบารมี เต็มเปี่ยมดีแล้วจนได้บรรลุมรรคผล และนิพพานนั้นแหละ จึงจะพ้นจาก ภพทั้งสามนี้ได้

ส่วนบันไดสี่ขั้นยังไม่พบที่มา น่าจะหมายถึงอริยสัจ ๔ ซึ่ง เป็นทางหรือบันไดให้หลุดพ้นจากภพทั้งสามนั้น