สังฆทาน

สังฆทาน คือทานที่ถวายแก่สงฆ์มิได้เจาะจงแก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง วิธี ทำนั้นคือ เตรียมอาหารและของอื่น ๆ สำหรับถวายไว้ตามสมควรแล้วเข้าไป หาเจ้าอาวาส หรือผู้มีหน้าที่นิมนต์พระในวัด ขอให้นิมนต์พระสงฆ์เพื่อจะ ถวายสังฆทาน สุดแต่จะนิมนต์ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งไปโดยไม่เจาะจง ถ้าเจาะจง ไม่เป็นสังฆทาน ข้อสำคัญต้องตั้งใจถวายเป็นสงฆ์จริง ๆ อย่าเห็นแก่หน้า บุคคล ถ้าผู้รับเป็นพระมหาเถระที่ทรงคุณธรรม ผู้ให้ไปเกิดโสมนัสเลื่อมใส ว่าได้ถวายผู้ที่ทรงคุณ ก็เสียพิธีสังฆทาน หรือถ้าผู้รับเป็นผู้หาคุณธรรมมิได้ เป็นอาบัติ ไม่มียางอายซึ่งเขารู้กันทั่วไปแล้ว ผู้ให้เกิดโทมนัสเสียใจว่าได้ให้ แก่ผู้ทุศีล ก็เสียพิธีสังฆทาน ด้วยเหตุนี้พิธีถวายสังฆทานจึงเป็นการยากที่จะ ทำใจให้แน่วแน่ได้ แต่ถ้าทำได้ถือว่ามีอานิสงส์แรงกว่าการถวายทานโดยเจาะ จง สังฆทานนี้มีแบบแผนมาแต่ครั้งพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสแก่พระอานนท์ มีอยู่ตอนหนึ่งว่า "การถวายสังฆทานคือร้องขอต่อสงฆ์ ให้ส่งใครไปแล้วถวายแก่ผู้นั้น" ผู้รับจะเป็นบุคคลชนิดไรก็ตามเมื่อสงฆ์จัดไป ให้ ผู้ถวายต้องตั้งใจต่อพระอริยสงฆ์ คือ อุทิศถวายเป็นสงฆ์จริงๆ แล้ว กล่าวคำถวายสังฆทานนั้น ถ้าถวายคนเดียว ก็ว่าคนเดียว ถ้าถวายหลาย คนก็ให้คนหนึ่งเป็นผู้ว่านำ โดยตั้ง นโม พร้อมกัน ๓ หน แล้วผู้นำก็กล่าว คำถวายว่าดังนี้:-

อิมานิ มยา ภนเต ภตตานิ สปริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชยาม สาธุ โน ภนเต สังโฆ อิมานิ ภตตานิ สปริวารานิ ปฏิคคเหหาตุ อมฺหากัง ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย.

ความว่า "ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอถวายภัตตาหารกับของ ใช้เหล่านี้แก่ภิกษุสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับภัตตาหารกับของใช้เหล่านี้ของข้าพ- เจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนาน เทอญ"

พอจบคำเทอญ พระก็รับว่า สาธุ แปลว่า ดีแล้ว ต่อนั้นพระก็อนุ โมทนาด้วยบท ยถาและสัพพี ตอนพระว่ายถา ผู้ถวายก็เริ่มกรวดน้ำ กรวด อยู่เพียงทาจบ ต่อนั้นประนมมือรับพรไปจนจบ เป็นเสร็จพิธีสังฆทาน