ทำบุญวันเกิด

ทำบุญวันเกิด คือทำในเมื่ออายุครบรอบปี ทางสุริยคติหรือจันทรคติ พูดง่าย ๆ ก็ว่า ทำบุญตรงกับวันที่ หรือข้างขึ้นข้างแรมที่ตนเกิดใน เดือนนั้น บางคนเขาถือเอาวันเกิดที่ตนเกิดเป็นวันทำบุญทุก ๆ ครั้งที่ถึงวัน เช่นนั้น เช่นคนเกิดวันพฤหัสบดี เมื่อถึงวันพฤหัสบดีทุก ๆ สัปดาห์ ก็ทำ บุญให้ตัว เช่น ตักบาตร เรียกว่า "ตักบาตรวันตัว" หรือบางคนเมื่อถึง วันนั้น ก็รักษาอุโบสถศีลเหมือนวันพระอีกวันหนึ่งตลอดไป แต่ประเพณี ทุกวันนี้ โดยมากทำบุญวันเกิดเมื่ออายุบรรจบรอบปีทางสุริยคติ คือวันที่เกิด ตามวิธีโหราศาสตร์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ทรงทำมา

อันประเพณีที่จะทำบุญวันเกิดขึ้นนี้ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทำเป็นตัวอย่างตั้งแต่ยังทรงผนวช ไม่ใช่ทำอย่าง จีนหรืออย่างฝรั่ง ทำขึ้นด้วยพระราชดำริเห็นว่า การมีอายุยืนมาถึงบรรจบครบ ปีครั้งหนึ่ง ๆ ไม่ตายไปเสียก่อน เป็นลาภอันประเสริฐควรยินดี เมื่อรู้สึก ยินดี ก็ควรจะบำเพ็ญกุศลที่เป็นประโยชน์แก่ตนและผู้อื่น ให้สมกับที่มีน้ำใจ ยินดีและไม่ประมาทเพราะไม่สามารถจะรู้ได้ว่า จะอยู่ไปบรรจบครบปีเช่นนี้ มัวเมาประมาทในชีวิตเสียได้ นี้เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้า ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้มีการทำบุญวันเกิดขึ้น เรียกว่า เฉลิมพระชนม์- พรรษา การที่ทรงทำในครั้งนั้นปรากฏว่า มีการสวดมนต์เลี้ยงพระ ๑๐ รูป เป็นการน้อย ๆ เงียบ ๆ ครั้นต่อมาก็มีเจ้านายขุนนางทำบุญวันเกิดสืบชุมขึ้น แต่การทำบุญเกี่ยวกับพระน้อยลง เป็นแต่ประชุมคนแสดงเกียรติยศให้ปรากฏ ว่ามีผู้นับถือมาก ตั้งโรงครัวเลี้ยงกันไปวันยังค่ำ ๆ การมหรสพก็มีละครเป็น พื้น และนำของขวัญไปให้กัน มีการเลี้ยงดูกันอย่างสนุกสนาน ให้ศีลให้พร กันถ้าเป็นวันเกิดเจ้านายขุนนางชั้นผู้ใหญ่ พระเจ้าแผ่นดินก็ทรงพระราชทาน พระราชหัตถเลขา ให้พรด้วย พระราชทานของขวัญด้วย สมัยนั้นการทำบุญ วันเกิดถือเป็นเกียรติยิ่งใหญ่ เมื่อถึงวันเกิดของใครก็อึงคะนึงกันเป็นการใหญ่ ตั้งแต่เริ่มงานจนแล้ว และถือว่าถ้าไม่ช่วยงานวันเกิดกันแล้วเป็นไม่ดูผีกัน ทีเดียว

สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ เมื่อทรงผนวชเป็นสามเณร ก็ทรงทำบุญวันเกิด ตามอย่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ วิธีทำก็มีสวด มนต์เลี้ยงพระและแจกสลากสิ่งของต่าง ๆ แก่พระสงฆ์ ทรงทำตลอดมาจน กระทั่งเสวยราชย์และทำเป็นการใหญ่ เช่น หล่อพระพุทธรูปเท่าอายุเรียกว่า "หล่อพระชนมพรรษา" ทั้งมีการตกแต่งตามชาลาพระบรมมหาราชวัง ให้ เป็นการครึกครื้นสนุกสนานตามริมน้ำและตามถนนก็สว่างไสวไปด้วยแสง ประทีปโคมชวาลา จึงได้เกิดมีการแต่งซุ้มไฟประกวดประขันกันขึ้น และมี เหรียญพระราชทานแก่ผู้แต่งซุ้มไฟเป็นรางวัลที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ อนึ่งในวันนั้น ได้มีผู้ไปลงนามถวายพระพร พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการอ่านคำ ถวายพรอันเป็นเครื่องหมายแสดงความจงรักภักดี จึงถือเป็นประเพณีเนื่อง ด้วยทำบุญวันเกิดมาจนบัดนี้

สมัยนี้การทำบุญวันเกิดที่เกี่ยวกับพิธีสงฆ์ ก็มีสวดมนต์เลี้ยงพระหรือ ตักบาตรเป็นพื้น นอกจากนั้นก็มีการเลี้ยงดูกันในหมู่ญาติมิตรสหายและมีการ ส่งบัตรอวยพรให้ของขวัญกัน การทำดังนี้ถือว่าเป็นทางเจริญให้เกิดสุขสวัสดี แก่ผู้ทำ