ถวายผ้าอาบน้ำฝน

ถวายผ้าอาบน้ำฝน ผ้าอาบน้ำฝนนั้น มีกำหนดตามที่พระพุทธองค์ ทรงอนุญาตไว้ คือ ผ้ายาว ๔ ศอกกับ ๓ กระเบียด กว้างศอกคืบ ๔ นิ้ว ๑ กระเบียดกับ ๒ อนุกระเบียด คิดตามประมาณของช่างไม้ ทำยาวหรือ กว้างกว่านั้นใช้ไม่ได้เป็นโทษแก่ภิกษุ เวลาที่จะนำผ้าอาบน้ำฝนไปถวายนั้น มีพุทธบัญญัติไว้ตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๗ ถึงกลางเดือน ๘ ซึ่งเป็นเวลา ก่อนเข้าพรรษา ๑ เดือน ระยะนี้เป็นเวลาที่ภิกษุจะแสวงหาผ้าอาบน้ำฝน ผู้ประสงค์จะบำเพ็ญกุศลให้ต้องตามพุทธานุญาต จึงหาผ้าอาบน้ำฝนไปถวาย พระสงฆ์ตามวัดแล้วกล่าวคำถวาย ' คำถวายนั้นว่า

อิมานิ มะยัง ภนเต วัสสิกสาฏิกานิ สงฆัสสะ โอโณชยาม สาธุ โน ภันเต สงฆโฆ อิมานิ วัสสิกสาฏิกานิ ปฏิคคณหาตุ อัมหากัง ทีฆรัตตัง หิตายะ สุขายะ.

มีความว่า "ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวาย ผ้าอาบน้ำฝนเหล่านี้แก่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับผ้าอาบน้ำฝนทั้งหลายนี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย

เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้น กาลนาน เทอญ" • จีวร ได้แก่ผ้าห่ม ๑ สบงได้แก่ผ้านุ่ง๑ ยังไม่ทรงอนุญาตให้ใช้ผ้าอาบ น้ำฝน ครั้นเวลาฝนตกภิกษุบางรูปจะอาบน้ำฝนไม่มีผ้าจะอาบจะนุ่งจึงเปลือย กายอาบน้ำ วันหนึ่งนางวิสาขาใช้สาวใช้ไปวัดขณะฝนตก สาวใช้เห็นพระ ภิกษุเปลือยกายอาบน้ำฝน จึงกลับมาบอกนางวิสาขา นางวิสาขาจึงได้กราบ ทูลพระพุทธองค์ขอถวายผ้าอาบน้ำฝนแก่ภิกษุ พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาต ให้ภิกษุใช้ผ้าอาบน้ำฝนตั้งแต่นั้นมา และได้เป็นประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน มาจนบัดนี้