เล่มที่ 24
พึงทราบวินิจฉัยในทีฆลัฏฐิสูตรที่ ๓ ต่อไป :- บทว่า
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 223
เนื้อหา
พึงทราบวินิจฉัยในทีฆลัฏฐิสูตรที่ ๓ ต่อไป :- บทว่า ทีฆลฏฺิ ความว่า เหล่าเทพในเทวโลก มีพฤตินัยว่า มี ขนาดเท่ากันหมด ส่วนทีฆลัฏฐิเทพบุตรนั้น มีชื่ออย่างนี้ ก็เพราะเมื่ออยู่ใน มนุษยโลกมีตัวสูง. เขาทำบุญทั้งหลาย แม้บังเกิดในเทวโลก ก็ปรากฏชื่อ อย่างนั้นนั่นแหละ. นันทนเทวบุตร ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูล พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถาว่า ข้าแต่พระโคดม ผู้มีพระปัญญา กว้างขวาง ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ ถึงญาณทัสสนะ อันไม่มีอะไรขวางกั้น ของพระผู้มีพระภาคเจ้า บัณฑิตทั้งหลาย เรียกบุคคลชนิดไรว่า เป็นผู้มีศีล เรียก บุคคลชนิดไรว่า เป็นผู้มีปัญญา บุคคล ชนิดไรล่วงทุกข์อยู่ได้ เทวดาทั้งหลาย บูชาบุคคลชนิดไร. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า บุคคลใด มีศีล มีปัญญา อบรม ตนแล้ว มีจิตตั้งมั่น ยินดีในฌาน มีสติ ปราศจากความโศกทั้งหมด ละได้ขาดสิ้น อาสวะแล้ว ทรงไว้ซึ่งร่างกายสุดท้าย บัณฑิตทั้งหลายเรียกบุคคลชนิดนั้นว่า เป็นผู้มีศีล เรียกบุคคลชนิดนั้นว่า เป็นผู้ มีปัญญา บุคคลชนิดนั้นล่วงทุกข์อยู่ได้ เทวดาทั้งหลายบูชาบุคคลชนิดนั้น. พึงทราบวินิจฉัยในนันทนสูตรที่ ๔ ต่อไป :- นันทนเทพบุตร เรียกพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยพระโคตรว่า โคตม . บทว่า อนาวฏํ ความว่า เมื่อพรํะตถาคตทรงส่งพระสัพพัญญุคญาณ ต้นไม้ หรือภูเขา ไม่สามารถจะขวางกั้นได้เลย เพราะฉะนั้น นันทนเทพบุตรจึง กล่าวว่า อนาวฏํ . ครั้นชมพระตถาคตดังนั้นแล้ว เมื่อจะถามปัญหาซึ่งแต่งไว้ ในเทวโลก จึงทูลถามว่า กถํวิธํ เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุกฺขมติจฺจ อิริยติ แปลว่า ล่วงทุกข์อยู่. บทว่า สีลวา ได้แก่ พระ- ขีณาสพ ผู้ประกอบด้วยศีล ที่เป็นโลกิยะและโลกุตระ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน