พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑

ก็อีกอย่างหนึ่ง แม้ในสัมปชัญญบรรพนี้ ควรจะทราบ สาตถกสัม- ปชั...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 636


เนื้อหา

ก็อีกอย่างหนึ่ง แม้ในสัมปชัญญบรรพนี้ ควรจะทราบ สาตถกสัม- ปชัญญะ และ สัปปายสัมปชัญูญะ โดยการเห็นพระเจดีย์ ที่ได้กล่าวมา แล้วในตอนต้นเป็นต้นเถิด. ส่วนการไม่ละกรรมฐานนั้นแหละ ชื่อว่า โคจรสัมปชัญญะ เพราะ- ฉะนั้น ผู้เจริญกรรมฐาน มีขันธ์ธาตุและอายตนะเป็นอารมณ์ ควรทำการ แลตรงและการแลซ้ายแลขวา ด้วยอำนาจกรรมฐานของตนเท่านั้น หรือ ว่า ผู้เจริญกรรมฐานมีกสิณเป็นต้น (เป็นอารมณ์) ควรทำการแลตรง และการแลซ้ายแลขวา ด้วยอาการมีกรรมฐานเป็นสำคัญเหมือนกัน. ธรรมดาอัตตาในภายในชื่อว่าเป็นผู้แลตรงและแลซ้ายแลขวา ไม่มี แต่เมื่อเกิดความคิดขึ้นว่า เราจักแลตรง วาโยธาตุ ที่เกิดแต่จิต เมื่อจะ ให้วิญญัติเกิด ก็จะเกิดขึ้นพร้อมกับจิตดวงนั้นนั่นเอง. ด้วยประการดังนี้ เปลือกตา (หนังตา) ข้างล่าง ก็จะร่นลง เบื้องล่าง เปลือกตา (หนังตา) ข้างบนก็จะเลิกขึ้นข้างบน โดยอำนาจ การแผ่ขยายของวาโยธาตุ ที่เกิดแต่กิริยาของจิต. ไม่มีใครที่ชื่อว่าเปิด (เปลือกตา) ด้วยเครื่องยนต์กลไก. ต่อจากนั้นไป จักขุวิญญาณจะเกิดขึ้นให้สำเร็จ ทัสสนกิจ (การ เห็น) ก็ความรู้ตัว ดังที่พรรณนามานี้ ชื่อว่า อสัมโมหสัมปชัญญะ ในอธิการแห่ง สัมปชัญญะ นี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน