พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑
เพราะว่าในส่วนนั้น ๆ จิตดวงอื่นเกิด ดวงอื่นดับ พร้อมกับรูป (...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 635
เนื้อหา
เพราะว่าในส่วนนั้น ๆ จิตดวงอื่นเกิด ดวงอื่นดับ พร้อมกับรูป (เป็นคนละดวง ไม่ใช่ดวงเดียวกัน) เหมือนกระแสน้ำที่ไหลติดต่อไป เป็นระลอกฉะนั้น ดังนี้แล. ความไม่หลงในการก้าวไปข้างหน้า เป็นต้น ดังที่พรรณนามานี้ ชื่อว่า อสัมโมหสัมปชัญญะ ดังนี้แล. เป็นอันจบอรรถาธิบายว่า เป็น ผู้ทำความรู้ตัวในการก้าวไปข้างหน้าและการถอยกลับ. ก็การมองไปข้างหน้า ชื่อว่า อาโลกิตะ ( การแลทรง ) ในคำว่า อาโลกิเต วิโลกิเต นี้ การมองไปตามอนุทิศ (ทิศเฉียง) ชื่อว่า วิโลกิตะ (การแลซ้ายแลขวา ) มีอิริยาบถแม้อย่างอื่นอีก ชื่อว่า การก้มลง, การ เงยขึ้น และการหันไปมา โดยการมองข้างล่าง มองข้างบน มองข้าง ๆ. อิริยาบถเหล่านี้ ไม่ทรงถือเอาในที่นี้. แต่โดยความเหมาะสม ทรงถือเอา ๒ อย่างนี้ เท่านั้น หรือโดยความสำคัญ (มุข) นี้ ทรงถือเอาแม้ทั้งหมด นั้นนั่น แหละ ดังนี้. บรรดา สัมปชัญญะ เหล่านั้น การคำนึงถึงประโยชน์โดยไม่มองดู ด้วยอำนาจจิตเท่านั้น ในเมื่อเกิดความคิดขึ้นว่า เราจะมองดู ชื่อว่า สาตถกสัมปชัญญะ. สาตถกสัมปชัญญะ นั้น ควรทราบโดยยกเอาท่าน พระนันทะ ผู้มีกายเป็นพยาน (มาเป็นตัวอย่าง). สมจริงตามที่ พระผู้- มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าหาก พระนันทะ จำ ต้องมองดูทิศตะวันออกไซร้ พระนันทะ ก็จะประมวลเอาทุกสิ่งทุกอย่าง โดยจิต แล้วจึงมองดูทิศตะวันออก ด้วยคิดว่า เมื่อเรามองดูทิศตะวันออก อย่างนี้แล้ว อภิชฌาโทมนัส คือ อกุศลกรรมที่ลามก จักไม่ท่วมทับเรา. ด้วยประการดังนี้ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ จะเป็นผู้มีความรู้ตัว ในสาตถก- สัมปชัญญะนั้น. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าหาก พระนันทะ จะต้องนองดูทิศ ตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องต่ำ และทิศเฉียงทั้งหลาย ไซร้ พระนันทะ ก็จะประมวลเอาทุกสิ่งทุกอย่างโดยจิต แล้วจึงจะมองดูทิศ เฉียงทั้งหลาย ด้วยคิดว่า เมื่อเรามองทิศเฉียงทั้งหลายอยู่อย่างนี้ ฯ ล ฯ จะเป็นผู้มีความรู้ตัวใน สาตถกสัมปชัญญะ นั้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน