การศึกษาปัจจัยของความเข้มข้นของกรดเรทิโนอิกเเละความหนาเเน่นของเซลล์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนสภาพของเซลล์ NTERA2

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พัสกร ตรีพิพัฒน์, ธนภรณ์ โรจนะ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ฉัตรธิดา ชัยโพธิ์ศรี

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัจจุบันนี้เซลล์ต้นกำเนิดพลูริโพเทนต์มนุษย์ (human pluripotent stem cells) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแพทย์การค้นหาวิธีป้องกันพยาธิสภาพ และยังมีความสำคัญต่อการนำไปใช้เพื่อการรักษาโรคและการศึกษาพิษวิทยา (pharmacology and toxicology) ด้วย ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะศึกษาและทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง การศึกษาการศึกษาปัจจัยของความเข้มข้นของกรดเรทิโนอิกเเละความหนาเเน่นของเซลล์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนสภาพของเซลล์ NTERA2 โดยการเลี้ยงสเต็มเซลล์ต้นกำเนิดพลูริโพเทนต์มนุษย์สายพันธุ์ NTERA2 ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องการศึกษาได้แก่ ความเข้มข้นของกรดเรทิโนอิก (retinoic acid) และความหนาแน่นของจำนวนเซลล์ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนสภาพของเซลล์ (differentiation) ไปเป็นเซลล์ประสาท โดยการเลี้ยงเซลล์ NTERA2 โดยใช้ความเข้มข้นของกรดเรทิโนอิก (retinoic acid) และความหนาแน่นของจำนวนเซลล์ในปริมาณที่ต่างกันในการเลี้ยง เพื่อที่จะค่าว่าความเข้มข้นของกรดเรทิโนอิก (retinoic acid) และความหนาแน่นของจำนวนเซลล์ที่เหมาะสมในการทำให้เซลล์ NTERA2 เปลี่ยนสภาพ (differentiation) ไปเป็นเซลล์ประสาท ซึ่งพบว่าค่าความเข้มข้นของกรดเรทิโนอิก ที่มีร้อยละความเข้มข้นของ Dimethyl sulfoxide (DMSO) สูงเกิน 1 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้เซลล์เริ่มตาย และค่าของความหนาแน่นของจำนวนเซลล์ที่แตกต่างกันทำให้มีจำนวนเซลล์ที่เปลี่ยนสภาพไปเป็นเซลล์ประสาทแตกต่างกัน ซึ่งค่าความหนาแน่นที่น้อย จะสามารถสังเกตเห็นรูปร่างของเซลล์ประสาทได้ดี