การศึกษาการย้อมไหมท่ีเคลือบนาโนซิงค์ออกไซด์ด้วยสีย้อมธรรมชาติแบบผง เพื่อเพิ่มมูลค่าแก่ผ้าไหมหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ศิรภัสสร ธนากรจักร์, ธัญกร พ้นภัย, กชกร หอมกลิ่น

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ธีระวุฒิ จันทะพันธ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนาสมบัติของเส้นไหมด้วยนาโนซิงค์ออกไซด์ข้อมด้วยสีธรรมชาติแบบผงจากใบ

สาบเสือ โดยใช้สารช่วยกระจายตัวนาโนซิงค์ออกไซค์คือสาระครี ลิกและสารพอลิอีเทอร์ฟอสเฟต เคลือบเส้นไหม

ด้วยนาโนซิงค์ออกไซด์โดยใช้เครื่องอัลตราโซนิก ผลิตสีผงจากใบสาบเสือและวัคค่าการดูดกลืนแสงสูงสุด (2 max)

ของสีด้วยเครื่องยูวี-วิสิเบิลสเปกโตร โฟโตมิเตอร์ นำเส้นไหมที่ผ่นการเคลือบด้วยนาโนซิงค์ อกไซด์ในสารอะครีลิก

และสารพอลิอีเทอร์ฟอสเฟดมาข้อมด้วยสีข้อมธรรมชาติแบบผงจากใบสาบเสือที่อุณหภูมิ 80 - 100 *C เป็นเวลา 15 นาที นำ

เส้นไหมไปวัดความเข้มสีด้วยเครื่องวัดสี (Colorimetcr) CIELAB 1976 วัดความคงทนของสีต่อแสงตามมาตรฐาน

อุตสาหกรรม ISO 105-B02:1994 (E) และการซักตามมาตรฐาน ISO 105-C10:2006(E) ตรวจสอบสัณฐานวิทยาด้วย

กล้องจุลทรรศน์อิเลกตรอนแบบส่องกราด การต้านไฟฟ้าสถิต การคืนตัวต่อการขับ การซึมผ่านของอากาศ การทนต่อ

แรงดึงขาด การทนต่อความร้อน ผลการวิจัยพบว่า ค่าการดูคกลืนคลื่นแสงสูงสุดของสีข้อมแบบผงจากใบสาบเสือมีค่า

เท่ากับ 348.26 ถแ เส้นไหมที่เคลือบด้วขนาโนชิงค์ออกไซค์ในสาระครีลิก ให้ค่าความเข้มสีสูงสุดเท่ากับ 6.08 เมื่อเดิม

สารส้มเป็นสารช่วยติดและมีค่าความสว่างสูงสุดเท่ากับ 68.20 เมื่อเติมมะขามเปียกเป็นสารช่วยคิด ส่วนเส้นไหมที่

เคลือบนาโนซิงค์ออกไซค์ในสารพอลิอีเทอร์ฟอสเฟลให้ค่าความเข้มสีสูงสุดเท่ากับ 6.04 เมื่อเดิมสนิมเหล็กเป็นสารช่วยติด

และมีค่าความสว่างสูงสุดเท่ากับ 67.33 เมื่อเดิมสารส้มเป็นสารช่วยติด เส้นไหมที่เคลือบด้วยนาโนชิงค์ออกไซด์ใน

สารอะครีลิกและสารพอลิอีเทอร์ฟอสเฟตมีค่ความคงทนของสีต่อแสงในระดับดีเมื่อเติมสนิมเหล็กเป็นสารช่วยคิดสี

เส้นไหมที่ผ่านการเคลือบด้วยนาโนซิงค์ออกไซด์ในสาระครีลึก และสารพอลิอีเทอร์ฟอสเฟต มีค่าความคงทนของสี

ต่อการชักอยู่ในระดับดีเมื่อเติมจุนสีเป็นสาร ช่วยคิดสี