การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดูดซับแคดเมียมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยร่วมกับพืชน้ำในท้องถิ่น

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

รัชนีกร โสดา, สิทธิพงษ์ สาระมาต, ทิวาพร ชุมพล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วนิดา โพธิเสนา, น้ำทิพย์ ศรีแก้ว

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดูดซับแคดเมียมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยร่วมกับพืชน้ำในท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดูดซับแคดเมียมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยร่วมกับพืชน้ำในท้องถิ่น ซึ่งแบ่งการศึกษาเป็น 3 ตอนคือ ตอนที่ 1) ทดสอบประสิทธิภาพของแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอย 3 ชนิด ได้แก่ เปลือกหอยนางรม เปลือกหอยทราย และเปลือกหอยกาบ ในการลดปริมาณแคดเมียมในน้ำเสียสังเคราะห์ โดยนำแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยที่บดแต่ละชนิดมาใส่น้ำเสียสังเคราะห์ที่ความเข้มข้น 10 ppm แล้วตั้งทิ้งไว้เป็นเวลา 1.30 ชั่วโมงและเก็บน้ำตัวอย่างทุก ๆ 10 นาที หลังจากนั้นนำไปวิเคราะห์ปริมาณและความเข้มข้นของแคดเมียม โดยใช้เทคนิค Atomic Absorption Spectrophotometer (AAS) และเปรียบเทียบปริมาณของแคดเมียมก่อนและหลังใส่แคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอย ตอนที่ 2) การทดสอบประสิทธิภาพของพืชน้ำแต่ละชนิดในการลดปริมาณแคดเมียมในน้ำ ได้แก่ ผักตบชวา ผักแพงพวย ผักย่องแปะ และ จอกแหน โดยเตรียมน้ำเสียสังเคราะห์ที่ความเข้มข้น 10 ppm แล้วนำผักทั้ง 4 ชนิดใส่ลงในน้ำเสียสังเคราะห์ และเก็บน้ำตัวอย่างทุกวัน รวมทั้งสิ้น 5 วัน หลังจากนั้นนำน้ำเสียสังเคราะห์ไปวิเคราะห์ปริมาณแคดเมียมด้วยเทคนิค Atomic Absorption Spectrophotometer (AAS) และเปรียบเทียบปริมาณของแคดเมียมก่อนและหลังใส่พืชน้ำ ตอนที่ 3) การทดสอบประสิทธิภาพของเปลือกหอยร่วมกับพืชน้ำ โดยนำเปลือกหอยที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับแคดเมียมที่ดีสุดในขั้นตอนที่ 1 และพืชน้ำที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับแคดเมียมที่ดีสุดในขั้นตอนที่ 2 มาทดสอบร่วมกัน โดยส่วนที่หนึ่งจะปล่อยน้ำเสียสังเคราะห์ผ่านท่อเพื่อดูดซับแคดเมียมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยจากนั้นปล่อยให้น้ำไหลผ่านแผ่นกรองไปยังส่วนที่สอง คือ บ่อพักพืชน้ำแล้วทิ้งไว้ 5 วัน เพื่อให้พืชน้ำดูดซับแคดเมียม และทำการปล่อยน้ำที่ผ่านแผ่นกรอง แล้วทำการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Atomic Absorption Spectrophotometer (AAS)