การพัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดจากเปลือกมะม่วง เปลือกแก้วมังกร และปลีกล้วยน้ำว้า ในการยับยั้งความสามารถในการเจริญของแบคทีเรีย Staphylococcus aureus และ Methicillin-resistant Staphylococcus aureus (MRSA)

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ภัทรธีรา สิมสวัสดิ์, อลิสา ฤชุศาศวัต, จักรเพชร ไชยวรรณ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วิษณุ สุปันดี

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนโรงเรียดรุณสิกขาลัย (โครงการ วมว.)

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

แบคทีเรีย Staphylococcus aureus (S. aureus) เป็นแบคทีเรียประจำถิ่นที่สามารถก่อให้เกิดโรคได้ เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ เช่น โรคแผลพุพอง และโรคเนื้อเยื่ออักเสบ ปัจจุบันโรคเหล่านี้ มักใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ส่งผลให้เชื้อพัฒนากลายเป็นเชื้อดื้อยา เช่น Methicillin-Resistant Staphylococcus aureus (MRSA) จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าสารสกัดจากพืชบางชนิดมีความสามารถในการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียได้ งานวิจัยนี้จึงนำพืช 3 ชนิด 4 ตัวอย่าง ได้แก่ เปลือกมะม่วงสุก เปลือกมะม่วงดิบพันธุ์แก้วขมิ้น เปลือกแก้วมังกรขาว และปลีกล้วยน้ำว้า มาทำการสกัดด้วยตัวทำละลายที่แตกต่างกัน ได้แก่ อะซิโตนและ 95% เอทานอล พบว่า สารสกัดที่ได้มีเปอร์เซ็นต์ของผลผลิตที่ได้แตกต่างกัน โดย สารสกัดเอทานอลของเปลือกมะม่วงสุกมีปริมาณมากสุด และสารสกัดเอทานอลของเปลือกแก้วมังกรขาวมีปริมาณน้อยสุด จากนั้นสารสกัดทั้งหมดถูกนำไปทดสอบความสามารถในการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย S. aureus และ MRSA ด้วยวิธี Agar disc diffusion เพื่อตรวจสอบความสามารถในการยับยั้งแบคทีเรียของสารสกัดเบื้องต้น หากสารสกัดมีความสามารถในการยับยั้งแบคทีเรียดังกล่าวจริง จะสามารถนำไปพัฒนาเป็นส่วนผสมในวัสดุแปะแผลเพื่อใช้ในการรักษาโรคที่เกิดจาก S. aureus และ MRSA ได้ต่อไปในอนาคต