การศึกษาผลของปุ๋ยหมักชีวภาพในผักกวางตุ้งจากผักตบชวา (Eichhornia crassipes (Mart.) Solms) จอก (Pistia stratiotes) และแหนแดง (Azolla caroliniana)

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กรกนก รักษาสุวรรณ, เวธินี กลิ่นเทศ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อรทัย ล่ำสัน, วันเพ็ญ ทีฆาวงค์​

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เนื่องจากบริเวณแหล่งน้ำต่างๆไม่ว่าจะเป็น บึง คลอง แม่น้ำ ต่างได้รับผลกระทบจากวัชพืชน้ำที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นปัญหาของระบบนิเวศทางน้ำของไทยมานาน ทั้งก่อให้เกิดน้ำเน่าเสีย กีดขวางทางน้ำไหลรวมไปถึงการทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน ผู้จัดทำจึงตระหนักถึงการนำวัชพืชน้ำ ได้แก่ ผักตบชวา จอกหูหนู แหนแดง มาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดปัญหาต่างๆที่เกิดจากวัชพืชด้วย โดยนำวัชพืชน้ำเหล่านี้มาทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ ซึ่งปุ๋ยหมักชีวภาพนั้นส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำอันตรายต่อพืชผัก คน และสิ่งแวดล้อม หากเราสามารถนำวัชพืชเหล่านี้มาทำให้มีคุณค่าจะเป็นการช่วยลดต้นทุนในการผลิตกวางตุ้งของเกษตรกรและเป็นการเพิ่มมูลค่าของวัชพืชอีกด้วย โดยในผักตบชวาค่าปริมาณธาตุอาหารสูง(ปริมาณไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม 1.36, 0.75 และ 1.44% ตามลำดับ)ซึ่งรายงานโดย Sannigrahi (2009) รวมถึงแหนแดงสามารถเจริญเติบโตขยายปริมาณ ได้รวดเร็ว เติบโตในที่มีไนโตรเจนต่ำ มีธาตุในโตรเจนเป็นองค์ประกอบอยู่สูง (3-5%) และแหน แ ด ง ส ล า ย ตัวได้รวดเร็วใช้ระยะเวลาสั้นในการผลิตปุ๋ยให้กับข้าวและจอกเป็นวัชพืชที่ขยายพันธุ์เร็วเช่นกัน และมีธาตุโปแตสเซียมอยู่มากซึ่งเป็นธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อดินและต้นพืชได้ดี จึงนำประโยชน์เหล่านี้มาทำการทดลองกับผักกวางตุ้งซึ่งผักกวางตุ้งเป็นผักที่นิยมบริโภคกันมาก ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว อายุการเก็บเกี่ยวสั้น มีคุณค่าทางอาหารสูง สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล และนิยมปลูกกันทั่วประเทศทั้งปลูกกินเองในครัวเรือนหรือปลูกเพื่อค้าขาย แต่เนื่องจากว่าปุ๋ยเคมีเป็นหนึ่งในต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่ปลูกคะน้าในหลายกลุ่มซึ่งปุ๋ยเคมีนั้นมีราคาที่ค่อนข้างสูงและถึงแม่เมื่อเราใส่ปุ๋ยเคมีแล้วทำให้ผลออกเร็ว แต่ปุ๋ยเคมีก็มีอิทธิพลต่อคุณสมบัติทางเคมีหากใช้ในระยะยาวจะส่งผลไม่ดีต่อพืช ผัก ดิน และสิ่งแวดล้อมรวมถึงตัวผู้ผลิตและผู้บริโภคด้วย