ฤทธิ์ต้านเชื้อ Enterobacter ของสารสกัดหยาบจากพืชในท้องถิ่น โดยตัวทำละลายเอทานอล

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ปิยธิดา นุชอยู่, สุนิตา หาญกล้า, กรกนก เทพอิสสระเดช

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อำนวยพร ศรีสวัสดิ์, ประยูร สุรตระกูล

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ฤทธิ์ต้านเชื้อ Enterobacter ของสารสกัดหยาบจากพืชในท้องถิ่น โดยตัวทำละลายเอทานอล

ชื่อโครงงานฤทธิ์ต้านเชื้อ Enterobacter ของสารสกัดหยาบจากพืชในท้องถิ่น โดยตัวทำละลาย

เอทานอล

ชื่อผู้ปฏิบัตินางสาวกรกนก เทพอิสสระเดช, นางสาวปิยธิดา นุชอยู่, นางสาวสุนิตา หาญกล้า

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

สถาบันโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

อาจารย์ที่ปรึกษานางอำนวยพร ศรีสวัสดิ์, นายประยูร สุรตระกูล

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบฤทธิ์ของสารสกัดหยาบ จากพืชในท้องถิ่น ได้แก่ ใบกะเพราแดง,ใบย่านาง,ใบมะกรูด,ใบสะเดา และเหง้ากระชาย โดยวิธีการสกัดด้วยเอทานอล 95% ที่มีผลต่อ เชื้อ Enterobacter cloeacoe โดยวิธี agar disc diffusion ผลการศึกษาพบว่าสารสกัดหยาบจากพืช ทั้งหมด 5 ชนิด ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Enterobacter cloeacoe ได้ดีที่สุดคือ เหง้ากระชาย,ใบกระเพราแดง,ใบสะเดา,ใบย่านาง และ ใบมะกรูด โดยมีขนาดค่าเฉลี่ยของ clear zone คือ 13.75+0.03,12.67+0.05,11.50+0.05,11.00+0.07, 10.15+0.02 มิลลิเมตร ตามลำดับและผลที่ได้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% (P<0.05) ซึ่งการที่เหง้ากระชายมีความสามารถในการยับยั้งเชื้อEnterobacer cloeacoe ได้ดีที่สุด มีผลจากงานวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่า pinostrobin,panduratin A,pinocembrin และ alpinetin มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ผลที่ได้แสดงให้เห็นศักยภาพที่สำคัญในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดจากพืชสมุนไพรในท้องถิ่นและสามารถนำไปพัฒนาเพื่อใช้ในการป้องกันโรคจาก เชื้อEnterobacter cloeacoe ที่มากับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ทั้งเป็นการส่งเสริม การนำสมุนไพรในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น