ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการรอด การเจริญเติบโต การเพิ่มปริมาณไข่ และอัตราการฟักของตั๊กแตนปาทังก้าโมไข่

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชลพร คุ้มจันทร์, ชนมน วงค์ใหญ่, ปวิชยา มูลเชื้อ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ชิด วงค์ใหญ่, สุกัลยา วงค์ใหญ่

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนพนมสารคาม "พนมอดุลวิทยา"

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการรอด การเจริญเติบโต การเพิ่มปริมาณไข่ และอัตราการฟักของตั๊กแตนปาทังก้าโมไข่ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเจริญเติบโต อัตราการรอดของตั๊กแตนปาทังก้าโมไข่ การเพิ่มจำนวนไข่และเพิ่มอัตราการฟัก โดยการเลี้ยงด้วยพืชอาหารที่แตกต่างกันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ พบว่า การเลี้ยงด้วยหญ้าหวานอิสราเอลทำให้ตั๊กแตนปาทังก้าโมไข่มีน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากที่สุดที่ 0.0588 ±0.0044 กรัม และมีอัตราการรอด 74.00 ± 8.94 เปอร์เซ็นต์ การเลี้ยงกลางแจ้งโดยไม่มีการกั้งแสง พบว่า ช่วยให้ตั๊กแตนมีการเจริญเติบโตดีและมีอัตราการรอดสูงกว่าการเลี้ยงโดยมีการกั้นแสงหรือเลี้ยงในโรงเรือน และเมื่อเสริมแคลเซียมจากวัสดุอินทรีย์โดยนำหญ้าหวานอิสราเอลแช่ในน้ำแคลเซียมจากวัสดุอินทรีย์ชนิดต่างๆ พบว่า การให้หญ้าที่แช่ในน้ำแคลเซียมที่ได้จากเปลือกไข่ไก่ช่วยให้ตั๊กแตนปาทังก้าโมจีนมีน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นสูงที่สุดที่ 0.1380 ± 0.0030 กรัม และมีอัตราการรอดสูงถึง 92.00 ± 4.47 เปอร์เซ็นต์ การศึกษาการเพิ่มปริมาณไข่โดยให้พืชอาหารเสริมแก่ตั๊กแตน พบว่า การให้หญ้าแพรกเป็นอาหารเสริมช่วยให้ตั๊กแตนปาทังก้าโมจีน มีไข่มากที่สุดที่ 57.00 ± 4.52 ฟอง รองลงมาคือการให้ใบหม่อน และใบกระถินตามลำดับ การศึกษาอัตราการฟักโดยใช้วัสดุฟักต่างกัน พบว่า การใช้ดินทรายร่วมกับขุยมะพร้าวเป็นวัสดุฟักช่วยให้ไข่ฟักได้ 66.67 ± 5.27 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือการใช้ขุยมะพร้าว และดินทราย ตามลำดับ และเมื่อนำไข่ตั๊กแตนไปอบที่อุณหภูมิ 35-37 องศาเซลเซียสเป็นเวลาต่างๆ พบว่า การอบไข่เป็นเวลา 24 ชั่วโมงช่วยให้ไข่ฟักดีที่สุดที่ 92.00 ± 3.80 เปอร์เซ็นต์