การศึกษาประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตของผ้าถักโครเชต์จากเส้นใยของใบสับปะรด

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ศุภกร สุกใส, พุทธิภพ หงษ์ทอง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

นาฏยา สุวรรณกิจเจริญ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานเรื่องการศึกษาประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตของผ้าถักโครเชต์ของผ้าถักจากเส้นใยสับปะรด มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะโครงสร้างการถักของผ้าถักโครเชต์จากเส้นใยสับปะรดที่มีผลต่อประสิทธิภาพการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต เมื่อเทียบกับมาตรฐาน AATCC 183 โดยนำเอาใบสับปะรดมาผ่านกระบวนการสกัดให้ได้ออกมาเป็นเส้นใย ด้วยสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 1.00 % w/v แล้วนำเส้นใยที่ได้ไปย้อมด้วยสีย้อมจากใบก้างปลาเครือ จากนั้นนำไปถักควบคู่กับเส้นใยไนลอนเคลือบเงิน โดยถักตามโครงสร้างพื้นฐาน 3 แบบ คือ การถักแบบควักธรรมดา การถักแบบพัน 1 ครั้งควักธรรมดา การถักแบบพัน 2 ครั้งควักธรรมดา และการถักแบบพัน 3 ครั้งควักธรรมดา จากนั้นนำผ้าถักที่ได้ไปทดสอบหาค่าร้อยละการส่องผ่านของรังสีอัลตราไวโอเลต โดยใช้เครื่อง UV-Vis Spectrophotometer และจากผลการศึกษา พบว่า ลักษณะโครงสร้างในการถักนั้น มีผลต่อประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต โดย ลักษณะโครงสร้างแบบควักธรรมดา มีร้อยละการส่องผ่านของรังสีอัลตราไวโอเลตอยู่ที่ 99.99 แบบพัน 1 ครั้ง ควักธรรมดา มีร้อยละการส่องผ่านของรังสีอัลตราไวโอเลตอยู่ที่ 99.83 แบบพัน 2 ครั้ง ควักธรรมดา มีร้อยละการส่องผ่านของรังสีอัลตราไวโอเลตอยู่ที่ 99.90 และแบบพัน 3 ครั้งควักธรรมดา มีร้อยละการส่องผ่านของรังสีอัลตราไวโอเลตอยู่ที่ 99.42 เมื่อเทียบกับมาตรฐาน AATCC 183 แล้ว สามารถสรุปได้ว่า ลักษณะโครงสร้างการถักทั้ง 4 แบบ อยู่ในเกณฑ์สูงสุด และเมื่อทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแต่ละโครงสร้างแล้วพบว่า การถักแบบควักธรรมดา จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตได้ดีที่สุด