การพัฒนาผนังยางธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการป้องกันรังสีเอกซ์ โดยใช้สารตัวเติมเป็นแบเรียมซัลเฟตเพื่อประยุกต์ใช้ในห้องรังสี

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณภัทร บัวพา, สุจินันท์ นบน้อยเสรีวงศ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ช่อรัก วงศ์สวรรค์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ยางพาราเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักของไทยที่ส่งออก ยางพาราในรูปของวัตถุดิบนั้นมีหลายรูปแบบทั้งที่เป็นแบบยางแผ่นรมควัน, ยางแท่ง, ยางผึ่งแห้ง, ยางเครป และน้ำยางข้น ยางแท่งที่มีราคาถูกกว่าแทนเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต ประเทศไทยจึงได้มีการกำหนดมาตรฐานการจัดชั้นยางแท่งขึ้น ปัจจุบันประเทศผู้ซื้อมีแนวโน้มเปลี่ยนมาใช้ยางแท่งทดแทนยางแผ่นรมควันมากขึ้นเพราะยางแท่งมีการกำหนดคุณภาพเป็นมาตรฐานดีกว่ายางแผ่นรมควัน ทำให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้น นำไปแปรรูปได้ง่ายกว่าและขนส่งเคลื่อนย้าย มีการนำยางธรรมชาติผสมยางสังเคราะห์เช่นยางไฮพาลอน หรือ ยางคลอโรซัลโฟเนตพอลิเอทธิลีน (CSM) เกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างพอลิเอทธิลีนและของผสมของก๊าซคลอรีนกับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จึงทนต่ออุณหภูมิต่ำ ความต้านทานต่อการขัดถูและคุณสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้าและเป็นสมบัติเชิงกลที่ดีเยี่ยม ทนทานต่อสารเคมีกัดกร่อนออกซิเดชัน จึงต้องมีการสร้างผนังห้องที่สามารถป้องกันรังสีเอกซ์ได้ โดยปกติแล้ววัสดุที่ใช้ในห้องฉายรังสีเอกซ์ เช่น ผนัง คอนกรีต กระจกใส มักมีส่วนผสมของโลหะตะกั่ว แต่ด้วยตะกั่วเป็นโลหะที่มีความหนาแน่นสูงมากถึง 11 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร จึงมีความเป็นพิษต่อร่างกาย ในทางการแพทย์นิยมใช้รังสีเอกซ์วินิจฉัยโรค เช่น กระดูกหัก สิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ในทางเดินหายใจหรือทางเดินอาหาร เป็นต้น เนื่องจากรังสีเอกซ์เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานสูง ไม่มีมวลและประจุ จึงมีอำนาจทะลุทะลวงสูง หากใช้งานอย่างไม่ระมัดระวังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเซลล์เนื้อเยื่อ ผู้จัดทำจึงมีแนวคิดที่จะนำยางธรรมชาติ เกรด STR 20 ที่สามารถนำไปแปรรูปได้ง่ายและราคาถูกกว่ายางแผ่นร่วมกับยางไฮพาลอน หรือ ยางคลอโรซัลโฟเนตพอลิเอทธิลีน (CSM) ที่มีคุณสมบัติป้องกันการลามไฟมาพัฒนาเป็นผนังยางและใช้สารตัวเติมเป็นแบเรียมซัลเฟตซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทดแทนการใช้ตะกั่ว โดยมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นวัสดุป้องกันรังสีเอกซ์ในห้องรังสีเพื่อไม่ให้ผู้คนได้รับอันตรายต่อร่างกายหรือเซลล์เนื้อเยื่อ