การใช้สารสกัดจากใบรางจืดผลิตสบู่ใยขัดผิวต้านอนุมูลอิสระโดยใช้เทคโนโลยีไมไครเอนแคปซูเลชัน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กฤษฏิ์ ปัญจเวสารัช, ณชพงศ์ ชูโชติ, สกรรจ์ สายสาระ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จันทร์ทิพย์ จุลศักดิ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเบญจมราชูทิศ

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาปริมาณสารประกอบฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ และความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระในใบรางจืด และการเตรียมอนุภาคไมโครเอนแคปซูเลชันของสารสกัดจากใบรางจืด ซึ่งเป็นกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ของแข็ง ซึ่งถูกเรียกว่า ไมโครแคปซูล โดยขั้นตอนการเตรียมเริ่มจาการเตรียมสารสกัดจากใบรางจืดด้วยเอทานอล 95% เพื่อการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสกัดสารประกอบฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ที่ได้ปริมาณมากที่สุด รวมถึงการวิเคราะห์หาความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH ในสารสกัดจากใบรางจืด นั้นว่ามีสารประกอบฟีนอลิกและความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดใบรางจืดมากหรือน้อยเพียงใด จากนั้นนำสารสกัดจากใบรางจืดนำมาเตรียมในรูปไมโครเอนแคปซูเลชันเพื่อนำมาทำสบู่ เนื่องจากสบู่นั้นมีความไวต่อสภาวะสิ่งแวดล้อม เช่น แสงแดด ความร้อน ปริมาณออกซิเจน เป็นต้น ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสื่อมเสียของสบู่ การทำไมโครเอนแคปซูเลชันสามารถแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าวได้ทั้งหมด ในด้านของการยืดอายุการเก็บรักษา การกักเก็บกลิ่น และการปรับปรุงคุณสมบัติของสบู่ ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดสิ่งที่สกปรกและเซลล์ผิวที่ได้ตายแล้วได้ดียิ่งขึ้น จากนั้นนำสบู่ที่ได้มาทำการทดสอบค่ากรด-ด่าง ความคงทนของฟองและค่าการละลาย เพื่อที่จะนำไปพัฒนาสบู่ให้มีคุณสมบัติสูงกว่าสบู่มาตรฐาน และประกอบด้วยสารสกัดธรรมชาติของใบรางจืด ผลลการทดลองที่ได้เมื่อทำการทดสอบสารประกอบฟีนอลิกเบื้องต้น ผลปรากฏว่าสารมีสีน้ำเงินแสดงว่ามีสารประกอบฟีนอลิก ส่วนสารประกอบฟลาโวนอยด์ นำมาทดสอบกับสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ ผลปรากฏว่า สารมีสีเหลือง แสดงว่าสารสกัดจากใบรางจืดมีสารประกอบฟลาโวนอยด์ นำไปหาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกโดยการนำไปเทียบกับกราฟมาตรฐานกรดแคทิคีน พบว่าในใบรางจืดแห้งจะมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกประมาณ 33.30 มิลลิกรัม/100 กรัมนน.แห้ง ส่วนสารประกอบฟลาโวนอยด์พบว่าในใบรางจืดแห้งจะมีปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์ประมาณ 4.18 มิลลิกรัม/100 กรัมนน.แห้ง ผลการแยกสารเอทานอล95% ออกจากสารสกัดใบรางจืดด้วยวิธีระเหยแห้ง จากจำนวน250มิลลิลิตรจะได้สารสกัดจากใบรางจืดจำนวนประมาณ 1 กรัม ผลการหาความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากใบรางจืด ด้วยวิธี DPPH พบว่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ DPPH ของสารสกัดจากใบรางจืดอยู่ที่ 92.94% ผลการทดสอบคุณสมบัติสบู่ ความเป็นกรดด่าง pH = 10.40 ± 0.03 การทดสอบการละลาย (นาที) = 11.30 ± 0.25 การทดสอบความแข็ง (นิวตัน) = 19.30 ± 2.26 สรุปผลการทดสอบ จากการวิเคราะห์หาปริมาณสารประกอบฟินอลิก สารฟลาโวนอยด์ ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระและการเตรียมอนุภาคไมโครเอนแคปซูเลชั่นของสารสกัดจากใบรางจืด พบว่ากรรมวิธีในการเตรียมไม่ยุ่งยาก การเตรียมสารสกัด แล้วกรองนำสารสกัดระเหยตัวทำละลายออก จะได้สารสกัดจากใบรางจืดที่มีสถานะหนืดคล้ายเจล ซึ่งมีปริมาณสารประกอบฟินอลิกประมาณ 33.30 มิลลิกรัม/100 กรัม ปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์ประมาณ 4.18 มิลลิกรัม/100 กรัม และความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระเท่ากับ 92.94% เมื่อนำสารสกัดจากใบรางจืดมาเตรียมในรูปไมโครเอนแคปซูเลซันจะใช้สาร Pro-Lipo ในการทำเอนแคปซูเลชั่นเพื่อการกักเก็บและปลดปล่อยสารสกัดอย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นนำสารดังกล่าวมาทำสบู่ใยขัดผิว พบว่าสบู่จะมีสีเขียวจากสารสกัดจากใบรางจืด เมื่อนำสบู่มาทดสอบค่าความเป็นกรด-ด่างพบว่ามีค่า pH = 10.40 ± 0.03 โดยที่สบู่มาตรฐานมีค่าเท่ากับ 10.47 ± 0.02 ค่าการละลาย (นาที) = 11.30 ± 0.25 โดยที่สบู่มาตรฐานมีค่าเท่ากับ 15.63 ± 0.35 และค่าความแข็ง (นิวตัน) = 19.30 ± 2.26 โดยที่สบู่มาตรฐานมีค่าเท่ากับ 51.32 ± 0.92 สรุปโดยรวมแล้วเป็นสบู่ที่เหมาะสมจะนำไปพัฒนาต่อเนื่องจากคุณสมบัติสบู่ มีความเหมาะสมใกล้เคียงสบู่มาตรฐาน และยังประกอบด้วยสารสกัดธรรมชาติจากใบรางจืด ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย

คำสำคัญ: ใบรางจืด สารประกอบฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ สารต้านอนุมูลอิสระ ไมโครเอนแคปซูเลชัน สบู่ใยขัดผิว ใยขัดผิว