ปริมาณสารไคตินในเปลือก กุ้งขาว กุ้งแชบ๊วย และกุ้งกุลาดำ
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
เนตรลดา สนิท, ตุลยดา แย้มยิ่ง, อรรถพล บำรุงศรี
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
จุฬาพร แก้วเซ่ง
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
หากจะพูดถึงอาหารทะเล คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันมากที่สุด คงหนีไม่พ้น “กุ้ง” ที่เป็นวัตถุดิบหลัก ที่อยู่คู่กับคนไทยมาเป็นเวลานาน และกุ้งไม่ได้มีดีเพียงแค่ให้ความอร่อย แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย แต่คนส่วนใหญ่จะเลือกกินเฉพาะเนื้อของมัน
กุ้งจัดอยู่ในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ประเภทเดียวกับกั้ง และปู มีลักษณะสำคัญ คือมีลำตัวเป็นปล้อง โดยมีรยางค์ยื่นออกมาเป็นคู่ ส่วนประกอบของเปลือกกุ้งส่วนใหญ่เป็น ไคติน รองลงมาก็เป็นจำพวกแร่ธาตุ โปรตีน ส่วนของ ไขมัน เป็นต้น
เปลือกกุ้งที่มีปริมาณของสารไคตินมาก การรับประทานเปลือกกุ้งจึงมีประโยชน์กับร่างกาย เนื่องจากสารนี้มีความสามารถในการดักจับคอเลสเตอรอลและไขมันในร่างกายได้ กลุ่มข้าพเจ้าจึงเกิดความสงสัยว่ากุ้งชนิดใดที่มีสารไคตินมากที่สุด โดยได้นำกุ้งที่นิยมรับประทานกัน คือกุ้งขาว กุ้งแชบ๊วย และกุ้งกุลาดำ มาเปรียบเทียบกัน