ผลของสูตรอาหาร, น้ำตาลซูโครส และไคโตซานร่วมกับอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ ที่มีต่อการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเอื้องมัจฉาชมพูในสภาพปลอดเชื้อ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สิริกุลฤดี แซ่ตัน, พอพชร พุ่มสุวรรณ, พลอยณกุล ผุสดี

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

รนนท์ นุ่นสิงห์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสตรีระนอง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องผลของสูตรอาหาร, น้ำตาลซูโครส และไคโตซานร่วมกับอนุภาคนาโน ซิงค์ออกไซด์ที่มีต่อการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเอื้องมัจฉาชมพูในสภาพปลอดเชื้อ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของสูตรอาหารต่ออัตราการเจริญเติบโตของโพรโทคอร์มเอื้องมัจฉาชมพู ศึกษาผลของน้ำตาลซูโครสต่ออัตราการเจริญเติบโตของโพรโทคอร์มเอื้องมัจฉาชมพู และเพื่อศึกษาผลของไคโตซานร่วมกับ Nano-ZnO ต่อการเจริญเติบโตและการรอดชีวิตของต้นอ่อนเอื้องมัจฉาชมพูโดยแบ่งการทดลองออกเป็น 3 การทดลอง ดังนี้ การทดลองที่ 1 ผลของสูตรอาหารต่ออัตราการเจริญเติบโตของโพรโทคอร์มเอื้องมัจฉาชมพู พบว่าอาหารสูตร VW ส่งผลให้โพรโมคอร์มเอื้องมัจฉาชมพูมีจำนวนราก จำนวนยอด จำนวนใบ และความยาวรากมากที่สุด ส่วนอาหารสูตร Malmgren ส่งผลให้มีความยาวใบมากที่สุด ต่อมาเป็นการทดลองที่ 2 ผลของน้ำตาลซูโครสต่ออัตราการเจริญเติบโตของเอื้องมัจฉาชมพู โดยอาหารสูตร VW + ซูโครส 50 ก./ล. ส่งผลให้เอื้องมัจฉาชมพูมีจำนวนราก ความยาวราก และความยาวใบ สูงสุด ส่วนอาหารสูตร VW + ซูโครส 30 ก./ล. ส่งผลให้เอื้องมัจฉาชมพูมีจำนวนยอด และจำนวนใบ สูงที่สุด อาหารสูตร VW + ซูโครส 20 ก./ล. มีจำนวนใบ/ยอด สูงที่สุด สำหรับการทดลองที่ 3 ผลของไคโตซานร่วมกับ Nano-ZnO ต่อการเจริญเติบโตและการรอดชีวิตของเอื้องมัจฉาชมพู ผลปรากฎว่าอาหารสูตร VW + ไคโตซาน 40 มก./ล. + Nano-ZnO 40 มก./ล. ส่งผลให้ต้นเอื้องมัจฉาชมพูมีจำนวนราก จำนวนใบ ความยาวใบ และความสูงลำต้นมากที่สุด สำหรับอาหารสูตร VW + ไคโตซาน 40 มก./ล. + Nano-ZnO 20 มก./ล. ส่งผลให้ต้นเอื้องมัจฉาชมพูมีความยาวรากมากที่สุด