การเปรียบเทียบประสิทธิภาพดินขาวด้วยวิธีการรีฟลักซ์และไมโครเวฟเพื่อดูดซับไนโตรเจนเเละฟอสฟอรัสในน้ำเสีย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

จิตสุภา อินทวงษ์, ทัตพิชา แก้วประเสริฐกุล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ปิยะมาศ เจริญชัย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง การเปรียบเทียบประสิทธิภาพดินขาวด้วยวิธีการรีฟลักซ์และไมโครเวฟเพื่อดูดซับฟอสฟอรัสในน้ำเสีย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการปรับปรุงดินขาวด้วยวิธีการรีฟลักซ์และไมโครเวฟในกรดไฮโดรคลอริกที่มีความเข้มข้นและระยะเวลาต่างกัน และเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการ ดูดซับฟอสฟอรัสในน้ำเสียของดินขาวที่ปรับปรุงด้วยวิธีการรีฟลักซ์และไมโครเวฟ โดยนำดินขาวที่ผ่านการอบที่อุณหภูมิ 300 °C เป็นเวลา 3 ชั่วโมง มาทำการปรับปรุงด้วยวิธีการรีฟลักซ์และไมโครเวฟที่กรดไฮโดรคลอริกที่มีความเข้มข้น 1 ,1.5 และ2 M และใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงดินขาวที่แตกต่างกันได้แก่ 45 ,60 และ 90 นาที แล้วทำการศึกษาความสามารถในการดูดซับฟอสฟอรัสในน้ำเสียสังเคราะห์ โยใช้วิธี Ascorbic acid แล้วทำการวัดความสามารถในการดูดกลืนแสงที่ความยาวคลื่น 880 nm ผลการศึกษาพบว่า ความเข้มข้นของกรดไฮโดรคลอริกและระยะเวลาในการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ดินขาวที่ปรับปรุงด้วยวิธีการรีฟลักซ์และไมโครเวฟ มีความสามารถในการดูดซับฟอสฟอรัสมากขึ้นด้วย โดยวิธีการไมโครเวฟที่ความเข้มข้น 2 mol/L ระยะเวลา 90 นาที มีความสามารถในการดูดซับฟอสฟอรัสมากที่สุด (89.37%) และสูงกว่าดินขาวที่ปรับปรุงด้วยวิธีการรีฟลักซ์และจากการศึกษาลักษณะทางกายภาพของดินขาวดังกล่าว พบว่าดินขาวมีสีเทาเข้ม เปราะหักง่าย มีรูพรุนขนาดเล็ก ๆ และมีจำนวนมาก มีเนื้อสัมผัสที่หยาบ นอกจากนี้เมื่อนำดินขาวที่ปรับปรุงด้วยวิธีการรีฟลักซ์และไมโครเวฟ มาทำการศึกษาประสิทธิภาพในการดูดซับฟอสฟอรัสเป็นเวลา 6 ชั่วโมง ดินขาววิธีไมโครเวฟสามารถดูดซับฟอสฟอรัสได้ถึง 99.41% ซึ่งสูงกว่าดินขาวที่ผ่านการปรับปรุงวิธีการรีฟลักซ์ ผลการศึกษานี้สามารถนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาดินขาวเพื่อประยุกต์ใช้เป็นวัสดุในการดูดซับสารในการบำบัดน้ำเสียและเป็นการสนับสนุนการลดปัญหาทางมลพิษในสิ่งแวดล้อม