การเปรียบเทียบปริมาณไขมันที่เพิ่มขึ้นจากสูตรอาหารที่ใช้ความหวานแทนน้ำตาล ในแมลงหวี่ (Drosophila melanogaster) เพื่อประโยชน์ทางด้านสุขภาพ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ศิวกร ประกอบสุข, วริศ เวชกรณ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุวิภา เกตุทัต

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

สารให้ความหวานสังเคราะห์ คือสารที่สังเคราะห์ขึ้นมา เพื่อที่จะให้ความหวานแทนน้ำตาล

เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านของการบริโภค ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักมักใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลนี้

ในการร่วมบริโภคอาหารอื่น ๆ (Maya Clinic Staff, 2020) สารให้ความหวานมีข้อดีมากมาย ทั้งเป็น

สารให้ความหวานที่ไม่เพิ่มหวามอยากอาหารและพลังงาน ส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารและ

อินซูลินทั้งในผู้ที่มีสุขภาพดีและผู้ที่เป็นเบาหวาน และไม่ถูกหมักในช่องปากโดยเชื้อแบคทีเรียและลดอัตราการ

สูญเสียแร่ธาตุของฟันจึงไม่ทำให้ฟันผุอย่างไรก็ตามการใช้สารให้ความหวานควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่เป็นไมเกรน ผู้ป่วย

โรคลมชัก และเด็ก หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป อาจเกิดผลเสียได้ เช่น มีการรายงานว่ากระตุ้นอาการ

ไมเกรนในกลุ่มที่เปราะบาง รวมถึงการคลอดก่อนกำหนดอีกด้วย (พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิม, 2560)

สเตเวีย (stevia) เป็นสารให้ความหวานสังเคราะห์ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนไทยที่รักสุขภาพ

มีรสชาติหวานมาจากหญ้าหวาน เรียกว่า stevioside ซึ่งมีความหวานมากกว่าน้ำตาลทราย 40-300 เท่า

มีความทนทานต่อความร้อน ทนต่อค่า pH ไม่เกิดปฏิกิริยาจากการหมัก และมักพบในผลิตภัณฑ์ทั่วไป

จากการสังเกตของผู้วิจัย จึงเลือกนำ stevia มาใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ (Neha Pathank, 2020)

เมื่อสารให้ความหวานสังเคราะห์ได้ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย จึงถูกนำมาศึกษามากขึ้น และได้มี

การทดลองให้สารให้ความหวานสังเคราะห์ 2 ชนิด ได้แก่ sucralose และ aspartame ร่วมกับ

สารให้ความหวานธรรมชาติ2 ชนิด คือ glucose และ sucrose กับแมลงหวี่ พบว่า แมลงที่ได้รับ

สารให้ความหวานสังเคราะห์มีปริมาณไขมันที่สะสมมากกว่าแมลงที่ได้รับสารให้ความหวานจากธรรมชาติ

(Rodriguez, 2017) ซึ่งความเข้าใจทางด้านสุขภาพเกี่ยวกับสารให้ความหวานอาจะเปลี่ยนไป

แมลงหวี่ถูกนำมาทดลองหลายครั้งในห้องปฏิบัติการเนื่องจากมีระยะวงจรชีวิตสั้น เลี้ยงง่าย และ

มีโครโมโซมร่างกายที่คล้ายกับมนุษย์และยังมีการศึกษาเกี่ยวกับการให้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลในแมลง

โดยเปรียบเทียบสารให้ความหวานสังเคราะห์กับสารให้ความหวานจากธรรมชาติ(Kelsey,2559)

จากข้อมูลข้างต้น จึงสนใจศึกษาสูตรอาหารที่ใช้เลี้ยงแมลงหวี่ โดยใช้สูตรอาหารจากสารให้ความหวาน

สังเคราะห์ประเภท erythritol ที่ความเข้มข้น 2, 1, 0.5 และ 0.1 M โดยจะมีอาหารที่ทำมาจากน้ำตาลซูโครส

0.5 M เป็นตัวแปรควบคุม โดยจะนำไปทำเป็นสารละลาย 5 % มวลต่อปริมาตร ระหว่างสารให้ความหวาน/

น้ำตาล กับน้ำ (Kaitlin, 2557) โดยผู้จัดทำจะเปลี่ยนชนิดสารให้ความหวานเป็น stevia แทน ว่ามีผลต่อปริมาณ

ไขมันในแมลงหวี่อย่างไร