การศึกษาผลกระทบของสารเคมีทางการเกษตรจากแปลงปลูกฝรั่งและชมพู่ที่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายชนิดพันธุ์ของสัตว์ขาข้อหน้าดิน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พันธสรณ์ มีวาสนา, กิตติกวิน เณรบางแก้ว, มาดาพร สุกุล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุขธนัท พรมจิต

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

สัตว์ขาข้อขนาดเล็กหน้าดินมีความสำคัญต่อระบบนิเวศในห่วงโซ่อาหารสัตว์หน้าดินทำหน้าที่ผู้ผลิตหรือกินผู้บริโภคขั้นแรกเป็นอาหารและต่อมาก็จะถูกสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่ากินเป็นอาหารอีกทอดหนึ่งซึ่งสัตว์ขาข้อขนาดเล็กหน้าดินยังมีประโยชน์ต่อการเกษตรด้วยคือสัตว์หน้าดินสามารถใช้เป็นตัวบ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ในดิน สัตว์หน้าดินที่อาศัยอยู่ในตะกอนดินช่วยให้ออกซิเจนแพร่เข้าไปในดินได้และทำให้ดินบริเวณที่สัตว์หน้าดินอาศัยอยู่มีความหนาแน่นหรือจับตัวกันแน่นทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี การทำสวนเป็นอีกหนึ่งอาชีพหลักของคนไทยซึ่งถ้าอยากให้การทำสวนมีประสิทธิภาพก็มีหลายปัจจัยทางเราจะยกขึ้นมา 1 ปัจจัยคือดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต้องมีซากพืชซากสัตว์ที่ดินบริเวณใดที่มีสัตว์หน้าดินเยอะก็สามารถที่จะบอกได้ว่าบริเวณนั้นมีซากพืชซากสัตว์ที่เยอะเพราะสัตว์หน้าดินจะมากิน (ย่อยสลาย)

ซากพืชซากสัตว์ที่มีอยู่และสัตว์หน้าดินยังสามารถเพื่อออกซิเจนเข้าไปภายในดินได้และยังช่วยให้ดินจับตัวกันเป็นก้อนไม่ร่วนจนเกินไปอีกด้วยซึ่งปัจจุบันการเกษตรมีการใช้สารเคมีซึงอาจส่งผลกระทบกับสัตว์หน้าดิน

ค่า pH และแร่ธาตุภายในดิน

ซึ่งทางเราได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ของสัตว์ขาข้อขนาดเล็กหน้าดิน จึงมีความต้องการที่จะศึกษาความแตกต่างความหลากหลายชนิดพันธุ์ของสัตว์ขาข้อขนาดเล็กหน้าดินระหว่างแปลงปลูกชมพู่และฝรั่งที่มีการ

ใช้สารเคมีกับแปลงปลูกที่ไม่ใช้สารเคมีว่าจะพบจำนวนชนิดพันธุ์ของสัตว์ขาข้อขนาดเล็กหน้าดินว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่อย่าง ? ซึ่งในปัจจุบัน

การทำการเกษตรนั้นส่วนใหญ่มีการใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าแมลง สารเคมีกำจัดวัชพืชหรือสารเคมีอย่างอื่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์หน้าดินและยังส่งผลต่อค่า pH และแร่ธาตุในดินส่งผลทำให้ดินมีความเสื่อมโทรมและมีประสิทธิภาพในการปลูกพืชในการเกษตรได้น้อยลง

ผู้จัดทำโครงงานเห็นว่าสัตว์ขาข้อขนาดเล็กหน้าดินซึ่งมีคุณค่าทางระบบนิเวศอีกทั้งยังมีประโยชน์ในทางการเกษตรอีกด้วยผู้วิจัยจึงมีความสนใจทำการศึกษาว่าสารเคมีทางการเกษตรที่เกษตรกรใช้ฆ่าแมลงศัตรูพืชนั้นจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ประชากรและความหลากหลายของชนิดพันธุ์ของสัตว์ขาข้อขนาดเล็กหน้าดินลดลงหรือเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร โดยผู้วิจัยได้ลงไปสำรวจสวนชมพู่และฝรั่งแห่งหนึ่งในตำบลนายาง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี สอบถามปัญหาและวิธีการปลูกผลไม้ จนพบข้อสรุปได้ว่าชาวสวนมีการใช้สารเคมีสลับกับการปลูกพืชหมุนเวียนกับสวนชมพู่ (แปลงที่มีการใช้สารเคมี)และมีบางพื้นที่ของสวนชมพู่ที่ปลูกพืชหมุนเวียนแทนและห่ายหายจากการใช้สารเคมี (แปลงที่มีการใช้สารเคมี) โดยพบว่าในช่วงแรกของการทำสวนในแต่ละรอบจะใช้สารเคมีในช่วงแรก ผู้วิจัยจึงมีความสนใจว่าสารเคมีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพดินและสัตว์ขาข้อขนาดเล็กหน้าดินหรือไม่ ผู้วิจัยจะทำการศึกษาและเปรียบเทียบความแตกต่างของสัตว์หน้าดิน และแร่ธาตุที่พบในดินในแปลงสุ่มที่มีการใช้สารเคมี และแปลงสุ่มที่ไม่มีการใช้สารเคมีเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นแนวโน้มของผลกระทบที่เกิดจากการใช้สารเคมีในสวนซึ่งอาจเป็นแนวทางในการปรับใช้สารเคมีให้น้อยลงและเป็นข้อมูลพื้นฐานในการอนุรักษ์และรักษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตให้มีความสมดุลต่อระบบนิเวศหน้าดินเอาไว้ได้