การสร้างและศึกษาสมบัติของไฮโดรเจลที่ทำจากไหมไฟโบรอินผสมแคลเซียมฟอสเฟต สำหรับประยุกต์ใช้ในวัสดุอุดฟัน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

บุษบงกช หอยเพชร, ปวีณ์ธิดา ฟุ้งเฟื่อง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ศรัณยู ใคลคลาย, อัษฎาพร ตั้งประเสริฐ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมอ.วิทยานุสรณ์ สุราษฎร์ธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

วัสดุอุดฟันที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีหลายชนิด วัสดุแบบอมัลกัม (Amalgam) เป็นวัสดุที่มีข้อดีด้านความแข็งแรง แต่เนื่องจากเป็นวัสดุที่ได้จากการผสมปรอทกับโลหะอื่น ๆ จึงก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพเมื่อใช้งานในระยะยาว วัสดุแบบเรซินคอมโพสิต (Resin Composite) และวัสดุแบบเซรามิกพอร์ซเลน (Porcelain) มีข้อดีด้านความสวยงาม สามารถทำสีของวัสดุให้เข้ากับสีฟันของคนไข้ได้ แต่อย่างไรก็ตามการอุดฟันด้วยวัสดุดังกล่าวนั้นยังคงพบปัญหาที่ตามมาหลังการรักษา อาทิ การเกิดฟันผุซ้ำและการแตกหักของวัสดุ เนื่องจากข้อเสียด้านความแข็งแรงของวัสดุ ทีมวิจัยได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้จึงมีความสนใจที่จะคิดค้นวัสดุอุดฟันจากธรรมชาติ โดยการประยุกต์ใช้รังไหม Bombyx mori มาสกัดโปรตีนไฟโบรอิน เนื่องจากมีความแข็งแรงสูง สามารถย่อยสลายได้ และมีความเข้ากันกับเซลล์ในร่างกายเป็นอย่างดี สารละลายไหมไฟโบรอินที่สกัดได้จะถูกนำมาผ่านกระบวนการขึ้นรูปโดยการใช้ Tannic acid ที่มีความเข้มข้นที่ต่างกันในแต่ละกลุ่ม สังเกตการเกิดเจลและทำการเลือกเจลจากกลุ่มที่ดีที่สุดมาทำการเติมแคลเซียมฟอสเฟตในปริมาณที่ต่างกัน เนื่องจากแคลเซียมฟอสเฟตเป็นสารที่เป็นส่วนประกอบของกระดูก มีสมบัติที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพและมีความสามารถในการเหนี่ยวนํา

การสร้างกระดูกได้ จากนั้นทำการทดสอบสมบัติทางกายภาพ และทางเคมีของไฮโดรเจลในแต่ละกลุ่ม โดยทดสอบทั้งหมดดังนี้ คือ การวิเคราะห์โครงสร้าง, สัณฐานวิทยา, สมบัติเชิงกล, การบวมน้ำ,

การย่อยสลาย, การดูดซับสี และความทนทานทางความร้อน จากนั้นทำการเปรียบเทียบสมบัติของไฮโดรเจลไฟโบรอินผสมแคลเซียมฟอสเฟตในแต่ละกลุ่ม เพื่อหากลุ่มการทดลองที่เหมาะสมสำหรับเป็นต้นแบบในการนำไปประยุกต์ใช้เป็นวัสดุอุดฟันต่อไป