แผ่นฉนวนความร้อนจากยางพาราที่มีสารสกัดเซลลูโลสจากชานอ้อยเป็นสารตัวเติม

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ปานวรัญญ์ สมวงศ์, ปาณัสม์ ทักขพาณิชย์, ณัฏฐ์ฑินี ธนัตพรภิญโญ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วิริยกุล อุ่นอ่อน, ณัชทัต ลิมป์เศวต

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ประเทศไทยผลิตน้ำตาลทรายได้มากเป็นอันดับ 5 ของโลก และส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากบราซิล ซึ่งปัญหาที่ตามมาจากการปลูกอ้อยคือการเผาวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรดังกล่าวเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศประเภทหนี่งที่ก่อให้เกิดมลพิษต่างๆ ได้แก่ อนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็ก ควัน เถ้า เขม่า ฝุ่นรำคาญ และก๊าซพิษต่างๆ เช่น คาร์บอนมอนนอกไซด์ คาร์บอนไดไซน์ และ ไนโตรเจนไดออกไซน์ เป็นต้น ผลกระทบจากการเผาวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของเกษตรกรและชุมชนใกล้เคียงก่อให้เกิดความสกปรกเดือดร้อนรำคาญเกิดการบดบังทัศนวิสัยส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ส่งผลต่อระบบนิเวศน์ รวมทั้งก่อให้เกิดสาเหตุของภาวะโลกร้อน (มูลนิธิเกษตรรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย, 2560) ในประเทศที่มีแสงอาทิตย์มากมายจะมีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้แปรรูปมาใช้กับชีวิตประจำวันของมนุษย์ได้มากเช่นกัน และหลายผลิตภัณฑ์นั้นสามารถทำให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้เพียงแค่ต้องทดลองหาทางเลือกใหม่ที่ไม่อิงกับอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างแบบเดิมอย่างผลงานจาก บริษัท Rootman ประเทศชิลีได้ใช้วัสดุธรรมชาติมาผลิตแผ่นฉนวนสำหรับใช้ในงานก่อสร้างเป็นฉนวนจากธรรมชาติ (สาโรช พระวงศ์, 2561) จากข้อมูลข้างต้นปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กส่วนใหญ่เกิดจากการเผาในที่โล่ง อย่างการเผาชานอ้อย คณะผู้จัดทำได้เล็งเห็นปัญหาในส่วนนี้จึงนำชานอ้อยไปใช้ประโยชน์อื่นโดยการนำมาสกัดเอาเซลลูโลสและนำสารสกัดเซลลูโลสไปเป็นสารตัวเติมกับยางพาราเพื่อเป็นฉนวนความร้อนเนื่องจากแผ่นยางทั่วไปจากตามท้องตลาดอาจไม่ได้มีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนความร้อนเท่าที่ควร คณะผู้จัดทำจึงนำสารสกัดเซลลูโลสไปผสมกับยางพาราเพื่อเป็นฉนวนความร้อนให้แผ่นยางพาราได้ดียิ่งขึ้น