การศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแผ่นกรองไมโครพลาสติกในแหล่งน้ำจากเส้นใยผักตบชวาโดยมีน้ำยางพาราเป็นตัวประสานเคลือบเส้นใยเซลลูโลสจากฟางข้าวและเปลือกข้าวโพด

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กชณิช กิตติปิยกุล, ปลิดา ทองนิรันดร์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

พรพรรณ โฉมวงษ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัญหาขยะพลาสติกในแหล่งน้ำนับว่าเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการดำรงชีวิตของมนุษย์ เมื่อขยะพลาสติกเกิดการย่อยสลายทำให้เปลี่ยนเป็นไมโครพลาสติก โดยไมโครพลาสติกมีคุณสมบัติที่คงทนและไม่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติ จึงทำให้ไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ในระบบนิเวศ และห่วงโซ่อาหารในท้องทะเล ซึ่งสามารถกระจายอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้เป็นวงกว้าง ในการกำจัดไมโครพลาสติกออกจากระบบนิเวศทางน้ำมีหลากหลายแนวทาง ซึ่งประกอบด้วยการกำจัดไมโครพลาสติกโดยการอาศัยจากคุณสมบัติทางกายภาพ เคมีและชีวภาพของสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ กระบวนการกำจัดไมโครพลาสติกที่จัดว่าเป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพ คือ การกรอง โดยการนำแผ่นกรองมาใช้ในการกรองไมโครพลาสติกในแหล่งน้ำ จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นทีมผู้พัฒนาจึงสนใจที่จะทำการศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแผ่นกรองเส้นใยผักตบชวาโดยมีน้ำยางพาราเป็นตัวประสานเคลือบเส้นใยเซลลูโลสจากฟางข้าวและเปลือกข้าวโพด เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการกรองไมโครพลาสติกในแหล่งน้ำ ในการศึกษาจะมีการสกัดเส้นใยผักตบชวาเพื่อนำมาขึ้นรูปแผ่นกรองโดยมีน้ำยางพาราเป็นตัวประสานและสกัดเซลลูโลสจากฟางข้าวและเปลือกข้าวโพดโดยใช้วิธี Acid Hydrolysis เพื่อนำมาเคลือบบนแผ่นกรองที่ได้ทำการขึ้นรูป โดยใช้วิธี Vacuum Filtration แล้วอัดแบบ Hot pressing เมื่อได้แผ่นกรองที่ประดิษฐ์ขึ้นจะนำมาวิเคราะห์ลักษณะทางสัณฐานวิทยา และทดสอบประสิทธิภาพของแผ่นกรองกับน้ำตัวอย่าง หลังจากนั้นทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแผ่นกรองเส้นใยผักตบชวาโดยมีน้ำยางพาราเป็นตัวประสานเคลือบเส้นใยเซลลูโลสจากฟางข้าวและแผ่นกรองเส้นใยผักตบชวาโดยมีน้ำยางพาราเป็นตัวประสานเคลือบเส้นใยเซลลูโลสจากเปลือกข้าวโพด โดยแผ่นกรองที่ได้ประดิษฐ์ขึ้นนี้นำมาใช้ในการกรองน้ำเพื่อลดปัญหาปริมาณไมโครพลาสติกในน้ำ และยังเป็นการนำวัสดุเหลือทิ้งอย่างฟางข้าวและเปลือกข้าวโพดมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วย