การศึกษาและพัฒนาก้อนปุ๋ยอุ้มน้ำจากเส้นใยไผ่และกากกาแฟเพื่อปรับปรุงคุณภาพดินและป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า โดยใช้หลักการ EM Ball

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

วิชญาดา รัตนัง, ณิชากร หลวงแก้ว

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ณัฐภัสสร เหล่าเนตร์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ทำเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ เพื่อปรับปรุงคุณภาพดินให้เหมาะกับการทำเกษตรนั้น จึงมีการใช้ทั้งปุ๋ยชีวภาพ และปุ๋ยเคมีเพื่อปรับปรุงคุณภาพดินให้ดีมากกว่าเดิม นอกจากที่จะปรับปรุงคุณภาพดินให้ดีขึ้นนั้นยังช่วยป้องกันพืชจากโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคเน่าโคนเน่า ซึ่งเกิดจากเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา ไฟทอปธอร่า (Phytophthora) เป็นเชื้อราที่กำจัดได้ยาก รุนแรงและสร้างความเสียหายให้กับพืชหลากหลายชนิดสามารถแพร่ระบาดได้อย่างกว้างขวาง และรวดเร็วในช่วงฤดูฝน หรืออาจติดไปกับน้ำที่ใช้ในการรด

ไผ่เป็นพืชที่พบได้ง่ายในไทยจากงานวิจัยพบว่าเยื่อจากกาบไผ่มีคุณสมบัติ ป้องกันแบคทีเรีย ป้องกันรังสียู-วี ดูดซับน้ำและความชื้น และระบายอากาศได้ดี มีผิวสัมผัสนุ่ม มีความแข็งแรงและยืดหยุ่น ไม่อมน้ำมันและสิ่งสกปรกประเภทน้ำมัน อีกทั้งดินใต้โคนกอไผ่หรือที่เราเรียกว่า ดินขุยไผ่ มีการสะสมอินทรียวัตถุ เป็นอาหารให้จุลินทรีย์ในดินได้กัดกินและถ่ายมูลออกมาเป็นปุ๋ย เป็นธาตุอาหารบำรุงพืชอีกทั้งมีเชื้อรา “ไตรโคเดอร์มา” เป็นเชื้อราที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยยับยั้งการเกิดของเชื้อราที่เป็นสาเหตุโรครากเน่า โคนเน่าได้ดี (ศศิประภา, 2559)

อีกทั้งจากงานวิจัยพบว่ากากกาแฟมีธาตุในโตรเจนที่สูง เหมาะที่จะเป็นปุ๋ยให้กับพืช และหากนำกากกาแฟหมักกับเชื้อจุลินทรีย์ EM จะสามารถช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตของพืชอีกด้วย (สุธา, 2559) และด้วยหลักการของ EM Ball ที่ใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำเสีย โดยจุลินทรีย์นั้นจะใช้กากน้ำตาลที่อยู่ในตัว EM Ball มาเป็นพลังงานให้กับตัวมันเอง

ทางคณะผู้จัดทำจึงเกิดแนวคิดจะศึกษาและพัฒนาก้อนปุ๋ยอุ้มน้ำจากเยื่อไผ่และกากกาแฟเพื่อปรับปรุงคุณภาพดินและป้องกันโรครากเน่าโคนเน่าโดยใช้หลักการ EM ball