ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอัดเม็ดชีวภาพจากวัชพืชที่มีธาตุโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มผลผลิตและการบำรุงดิน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กนกพิชญ์ วงษ์เกิด, ณัฐวุฒิ​ โรจน์​บุญ​ถึง​, ภัทราวรรณ ศาลยาชีวิน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

พิมพ์รดา เพิ่มพูล, รณภณ เนตรสว่างวิชา

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสงวนหญิง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอัดเม็ดชีวภาพจากวัชพืชที่มีธาตุโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มผลผลิตและการบำรุงดิน นี้พัฒนาขึ้นโดยนำวัสดุธรรมชาติที่เหลือใช้ ทางการเกษตรที่ และวัชพืชที่มีอยู่หลากหลาย พบว่าพบการหมักที่หมักด้วยวิธีแบบใช้อากาศดีกว่าแบบไม่ใช้อากาศ โดยปุ๋ยมีปริมาณธาตุอาหารโพแทสเซียม (K2O) สูงที่สุด คือผักโขม มี 1.45%w/w รองลงมาคือผักตบชวา 1.30%w/w และจอก 1.05%w/w ตามลำดับ ส่วนปริมาณปริมาณฟอสฟอรัส (P2O5) จะมีปริมาณโดยเฉลี่ย 0.9-0.6%w/w อัตราส่วนที่เหมาะสมของวัสดุตัวกลาง (ฟิลเตอร์) ของปุ๋ย เหมาะสมโดยทดสอบจากการซับน้ำ ได้แก่ แกลบดำ : ขุยมะพร้าว : ไส้มันสำปะหลัง อัตราส่วน 1 : 1: 1 โดยปริมาตร โดยมีประสิทธิภาพในการซับน้ำได้ถึง 343% w/w ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอัดเม็ดชีวภาพจากวัชพืชที่มีธาตุโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสสูงสามารถเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิตได้ไม่แตกต่างจากปุ๋ยเคมีจากการทดลองปลูกดาวเรือง โดยปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอัดเม็ดชีวภาพ มีความสูงเฉลี่ย 34.33 และ 32.67 cmตามลำดับ ส่วนความสูงของพริกหนุ่ม 49.33 และ 47.33 cm ตามลำดับ ส่วนการเพิ่มผลผลิตปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอัดเม็ดชีวภาพ ดอกดาวเรืองมีน้ำหนักเฉลี่ย 309 g และ 290g ตามลำดับ การเพิ่มผลผลิตพริกหนุ่ม มีน้ำหนักเฉลี่ย 228g และ 210g ตามลำดับ จากการศึกษาประสิทธิภาพในการบำรุงดินพบว่าปุ๋ยอัดเม็ดชีวภาพที่ผลิตขึ้นมีประสิทธิภาพในการปรับโครงสร้างดินโดยทำให้ดินมีสภาพการอุ้มน้ำ มีสภาพการนำน้ำ สูงกว่าดินควบคุม และไม่น้ำส่วนที่ค้างบนผิวดิน ส่วนดินที่ใช้ปุ๋ยเคมีนั้นทำให้ดินเสียโครงสร้างมากขึ้นโดยมีปริมาณน้ำค้างบนผิวดินเป็นจำนวนมากถึง 10 ml จากปริมาณน้ำทั้งหมด 50 ml แสดงว่าเนื้อดินแน่นขึ้น นอกจากนี้ ปุ๋ยอัดเม็ดชีวภาพที่ผลิตขึ้นยังทำให้ดินมีธาตุอาหารสูงขึ้น โดยมีโพแทสเซียมในดินสูงขึ้นจากเดิม 6.312%w/w เป็น 7.487%w/w ตามลำดับ