การพัฒนาก้อนวัสดุปลูกน้ำหนักเบาจากขี้เลื่อยไม้ยางพาราที่เสริมธาตุอาหารจากแหนแดงร่วมกับกากถั่วเหลืองเพื่อประยุกต์ใช้เป็นวัสดุทางเลือกสำหรับการปลูกมะเขือเทศในระบบกลับหัว

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กุลชญา มหาโล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ขุนทอง คล้ายทอง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

พื้นที่ส่วนใหญ่ที่ปลูกผักเชิงการค้ามีการปลูกติดต่อกันตลอดทั้งปี มักประสบปัญหาความอุดมสมบูรณ์ของดินลดลง ส่งผลให้ความสามารถในการให้ผลผลิตลดลง นอกจากนี้แล้วยังประสบปัญหาด้านราคาปุ๋ยและสารเคมีที่มีต้นทุนสูง อีกทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาด้านสภาพดินในภายหลัง ดังนั้น การปลูกผักในวัสดุปลูกจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะนำมาใช้ในการปลูกมะเขือเทศเพื่อให้ได้ผลผลิตต่อพื้นที่สูง ปลอดภัยต่อผู้บริโภค สามารถควบคุมน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ของธาตุอาหาร โรคและแมลงได้เป็นอย่างดี(สุทิน และคณะ, 2556)

เกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้วัสดุปลูกที่หาได้ง่ายและมีราคาถูกเพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยจะพึ่งพาวัสดุปลูกที่มีวางจำหน่ายในร้านขายต้นไม้และอุปกรณ์ทางการเกษตรตามท้องตลาดทั่วไป แต่วัสดุปลูกเหล่านั้นอาจจะขาดแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช(ครุปกรณ์, 2562) ในทางกลับกันวัสดุปลูกที่มีแร่ธาตุสูงกลับมีราคาแพง เช่น พีทมอส เวอร์มิคูไลท์และเพอไรท์ เป็นต้น วัสดุปลูกจึงยังคงเป็นปัญหาด้านคุณภาพของแร่ธาตุแปรผันไปตามราคาที่สูงขึ้น ซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไข

เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพของแร่ธาตุแปรผันไปตามราคาที่สูงขึ้น การริเริ่มที่จะหันมาใช้วัสดุทางการเกษตรที่มีอยู่ทั่วไปเป็นวัสดุปลูกทดแทน เช่น ขี้เลื่อยยางพารา แหนแดงและกากถั่วเหลือง เป็นต้น ซึ่งวัสดุเหล่านี้จะมีน้ำหนักเบา สามารถหาได้ง่าย มีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช อีกทั้งราคาถูก สามารถลดต้นทุนในการผลิตได้(วิเซ็น และคณะ, 2559) วัสดุที่สามารถนำมาเป็นวัสดุเพาะเมล็ดควรมีคุณสมบัติโปร่ง อุ้มน้ำได้ดี ไม่เน่าเปื่อยผุพังเร็วจนเกินไป ปราศจากโรคแมลง ตลอดจนสารพิษเจือปน มีความสม่ำเสมอไม่เป็นกรดหรือด่างจัด หาง่ายและราคาถูก ขี้เลื่อยยางพาราเป็นผลพลอยได้จากการเลื่อยไม้ยางพาราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย แต่ยังเหลือเป็นปริมาณมากเนื่องจากมีการเพาะปลูกยางพาราอยู่เกือบทุกภูมิภาคของประเทศไทย แหนแดงสามารถปลดปล่อยธาตุอาหารของพืชออกมาในเวลาอันสั้น สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ ซึ่งธาตุไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารที่มีความสำคัญมากในการส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของพืช(ชิดชนก, 2557) และกากถั่วเหลือง ถ้าเป็นกากถั่วเหลืองสดจะมีความชื้นสูงประมาณ 76-80 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่มีโปรตีน 3.5-4 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกากถั่วเหลืองแห้งจะมีโปรตีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 42(กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2558) วัสดุเหล่านี้ที่กล่าวมาจึงมีความน่าสนใจที่นำมาใช้เป็นวัสดุปลูกทดแทน

จากที่กล่าวมาข้างต้น ทางผู้จัดทำโครงงานจึงเล็งเห็นถึงประโยชน์ของวัสดุทางการเกษตร ว่าสามารถนำมาแปรรูปเป็นวัสดุปลูกที่มีแร่ธาตุจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชและมีต้นทุนในการผลิตที่ถูกกว่าวัสดุปลูกตามท้องตลาด ช่วยลดต้นทุนสินค้าทางการเกษตรซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจทางด้านเกษตรกรรมและการส่งออกของประเทศ อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติทั้งหมด จึงมีความประสงค์ที่จะจัดทำโครงงานชิ้นนี้ขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อผู้ใช้งาน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ