การบำบัดไมโครพลาสติกปนเปื้อนในน้ำด้วยน้ำยางธรรมชาติที่ปรับปรุงคุณสมบัติด้วยอนุภาคนาโนซิลิกา

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กนกพิชญ์ สระวัง, พิมพ์มาดา กันตังกุล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กุสุมา เชาวลิต

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัญหาทางสิ่งแวดล้อมจัดเป็นปัญหาที่ควรแก้ไขเป็นอันดับต้น โดยเฉพาะการปนเปื้อนของสารที่เป็นมลพิษในแหล่งน้ำอย่างไมโครพลาสติก (microplastic) ซึ่งทำให้เกิดปัญหามลพิษทางน้ำและยากต่อการกำจัดเนื่องจากเป็นอนุภาคขนาดเล็ก โครงงานนี้จึงศึกษาการกำจัดไมโครพลาสติกโดยการใช้การจับตัวของยางพาราธรรมชาติ ทั้งนี้ในการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ข้อแรกเพื่อศึกษาเกี่ยวกับการปรับปรุงคุณสมบัติของน้ำยางธรรมชาติด้วยอนุภาคนาโนซิลิกา เพื่อให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการใช้ลดปริมาณไมโครพลาสติก(microplastic)ที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ โดยผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำยางธรรมชาติให้มีคุณสมบัติไฮโดรโฟบิกด้วยอนุภาคนาโนซิลิกา (nano silica) โดยในการวิจัยได้ศึกษาอัตราส่วนระหว่างน้ำยางธรรมชาติต่อนาโนซิลิกาที่ต่างกันตั้งแต่ 0:100 จนถึง 100:0 และทดสอบโดยศึกษาคุณสมบัติความเป็นไฮโดรโฟบิกด้วยวิธีตรวจสอบสภาพขั้ว วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 เพื่อศึกษาการผลิตน้ำหมักชีวภาพจากผักบุ้งและผัดกาด ซึ่งเป็นวัสดุท้องถิ่นที่สามารถหาได้ง่ายและนำมาใช้ทดแทนกรดฟอร์มิกที่เป็นสารเคมีและราคาสูงในกระบวนการกระตุ้นการจับตัวกันของน้ำยางธรรมชาติ จะเป็นการช่วยลดต้นทุน และสร้างระบบการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยผ่านกระบวนการหมักด้วยกากน้ำตาล โดยมีการทดสอบประสิทธิภาพโดยเปรียบเทียบจากระยะเวลาในการจับตัวของน้ำยางธรรมชาติ และวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการลดปริมาณไมโครพลาสติก(microplastic) ที่ปนเปื้อนในน้ำโดยใช้น้ำยางที่ปรับปรุงคุณสมบัติด้วยอนุภาคนาโนซิลิกาเปรียบเทียบกับน้ำยางพาราธรรมชาติ โดยศึกษาประสิทธิภาพในการลดปริมาณของไมโครพลาสติก(microplastic) ทั้งหมด 5 ชนิด ประกอบไปด้วยพอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC), พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (PET) และพอลิสไตรีน (PS), พอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (LDPE) และพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE)