การพัฒนาชุดทดสอบสารสำคัญ THC และ CBD ในพืชตระกูลแคนนาบิส

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัณณ์ โยธิคาร์, อนพัทย์ บุญมา, ณิชานาฏ อามาตย์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

พรทิพย์ เมืองแก้ว

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนลือคำหาญวารินชำราบ

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการสกัดสารสำคัญจากพืชตระกูลแคนนาบิส การแยกสารสำคัญด้วยเทคนิคคอลัมน์โครมาโทกราฟี พิสูจน์เอกลักษณ์เชิงโครงสร้างของสารด้วยเทคนิคทางสเปกโทรสโกปี และศึกษาการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสาร CBD ที่แยกได้จากพืชตระกูลแคนนาบิสเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนา Test-Kit เพื่อเป็นชุดตรวจเบื้องต้นในการตรวจหาปริมาณสาร CBD ที่มีในตัวอย่างพืชตระกูลแคนนาบิส ซึ่งจะทำให้ประชาชนทั่วไปที่ปลูกพืชตระกูลแคนนาบิสสามารถทดสอบหาปริมาณ CBD ที่อยู่ในพืชตระกูลแคนนาบิสได้ด้วยตนเอง เนื่องจากสารสกัดที่มีปริมาณ CBD มากจะสามารถนำมาขายได้ในราคาที่สูง ผลการทดลองพบว่า สารสกัดหยาบเอทานอลแยกสารสำคัญ CBD ได้ในปริมาณที่มากกว่าสารสกัดหยาบเฮกเซน การแยกสารด้วยเทคนิคคอลัมน์โครมาโทกราฟีทำให้ได้สาร CBD บริสุทธิ์ ที่สามารถยืนยันโครงสร้างทางเคมีได้ด้วยเทคนิคอินฟราเรด สเปกโทรสโกปี และนิวเคลียร์แมกเนติกเรโซแนนซ์ สเปกโทรสโกปี การทดสอบความสามารถในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสาร CBD ด้วยเทคนิค DPPH assay พบว่าด้วยเทคนิคนี้สาร CBD แสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระต่ำมีค่าเท่ากับ 21.15 % จึงต้องนำไปทดสอบด้วยเทคนิค FRAP assay ซึ่งเป็นการทดสอบความสามารถของสารต้านออกซิเดชันที่สามารถถ่ายเทอิเล็กตรอนให้กับสารประกอบเชิงซ้อนของเฟอร์ริก [Fe(III)(TPTZ)2]3+ ทําให้เกิดการเปลี่ยนรูปเป็นสารประกอบเชิงซ้อนของเฟอร์รัส [Fe(II)(TPTZ)2]2+ จากสารละลายสีเหลืองจะถูกเปลี่ยนเป็นสารละลายสีนํ้าเงินม่วง พบว่าสาร CBD สามารถต้านการเกิดออกซิเดชันของเหล็กได้ดี และเมื่อปรับเปลี่ยนความเข้มข้นของสาร CBD พบว่าเกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่ให้สีที่แตกต่างกัน จึงใช้เทคนิค FRAP assay ในการพัฒนาเป็นชุดทดสอบสารสำคัญในพืชตระกูลแคนนาบิส โดยใช้สีของสารประกอบเชิงซ้อนที่เกิดจากสารละลายมาตรฐาน CBD ที่ความเข้มข้นต่างๆ เป็นแถบสีเปรียบเทียบกับสีของสารสกัดของตัวอย่างพืชต่อไป