การเปรียบเทียบการตอบสนองของยุงลายต่อกลิ่นที่สร้างจากแบคทีเรียชนิดต่าง ๆ บนร่างกายของมนุษย์ในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

เปรมมิกา ประสาทแก้ว

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ปรีดาภรณ์ ผลพืชน์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในประเทศไทยการควบคุมยุงลายที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกส่วนใหญ่มาจากยุงลายสองชนิด ได้แก่ ยุงลายบ้าน Aedes aegypti ซึ่งเป็นพาหะสำคัญในเอเชียแต่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา และยุงลายสวน Aedes albopictus ซึ่งเป็นพาหะรองลงมาและมีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย

ปีที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขยังคงพบสถานการณ์โรคติดต่อนำโดยยุงลาย เช่น โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย สูงขึ้น โดยโรคไข้เลือดออกมีรายงานผู้ป่วยสะสม 128,964 ราย สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี 2 เท่า และมีผู้ป่วยเสียชีวิต 133 ราย ส่วนโรคไข้ปวดข้อยุงลายพบผู้ป่วยสะสม 11,484 ราย สูงกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา 3 เท่า เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง แม้จะมีมาตรการควบคุมโรคจากหน่วยงานต่าง ๆ ก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ทำให้มีผู้สนใจในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับยุงลายอย่างมาก เพื่อให้สามารถพัฒนาการรับมือเกี่ยวกับโรคระบาดที่มากับยุงลายได้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ผู้จัดทำได้ศึกษางานวิจัยต่างๆทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศเพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่เคยทำการวิจัยมาแล้ว และนำข้อมูลที่ได้มาต่อยอดในการทำวิจัยครั้งนี้ และเนื่องด้วยกลุ่มเสี่ยงต่อการป่วย โรคไข้เลือดออกยังคงอยู่ในกลุ่มเด็กวัยเรียน (5-14 ปี) และวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (15-24 ปี) อ้างอิงจากปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ พ.ศ. 2551-2562) จึงนำเอาเรื่องของแบคทีเรียที่อาศัยบนร่างกายในส่วนต่างๆที่มีผลให้เกิดกลิ่นในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นมาหาความสัมพันธ์เพิ่มเติมว่ากลิ่นที่สร้างจากแบคทีเรียชนิดใดที่มีโอกาสดึงดูดต่อการตอบสนองของยุงลายมากที่สุด เนื่องจากการออกหาเหยื่อของยุงลายจะมีการตอบสนองต่อกลิ่นของเหยื่อได้แตกต่างกันเป็นปัจจัยต้น ๆ ซึ่งกลิ่นเหล่านี้ได้มาจากแบคทีเรียบนร่างกายของสิ่งมีชีวิตในช่วยวัยต่าง ๆ

วัตถุประสงค์ของโครงงาน

1.เพื่อศึกษากลิ่นเฉพาะตัวที่สร้างจากแบคทีเรียแต่ละชนิดที่ก่อให้เกิดกลิ่นส่วนใหญ่บนร่างกายของช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นมีผลต่อการตอบสนองของยุงลายมากที่สุด ถึงน้อยที่สุดตามลำดับ

2.เพื่อศึกษาว่ากลิ่นจากแบคทีเรียทุกชนิดมีผลต่อการตอบสนองของยุงลาย

3.เพื่อศึกษาว่ากลิ่นจากแบคทีเรียเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กและวัยรุ่นมีความเสี่ยงที่จะโดนยุงลายกัดมากกว่าผู้ใหญ่

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการทำโครงงาน

1.สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปประยุกต์ต่อในเชิงพาณิชย์ เช่น สารไล่ยุงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้ลดต้นทุนในการผลิตสารที่เกินจำเป็นได้

2.ใช้ต่อยอดในทางการแพทย์ เกี่ยวกับการป้องกันตัวจากยุงลายของเด็กและวัยรุ่นที่ดีขึ้น หรือใช้ประกอบวิธีการรักษาที่ดีขึ้น

3.นำข้อมูลไปเผยแพร่ให้ประชาชนในชุมชนตระหนักถึงสุขอนามัยของลูกหลานได้มากขึ้น

4.สามารถนำไปคิดค้นเป็นสารเลียนแบบเพื่อเป็นที่ดักจับยุง หรือเป็นเครื่องมือล่อให้ยุงออกห่างจากมนุษย์

วิธีดำเนินการ

วัสดุ – อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำโครงงาน

1.จานเพาะเชื้อ ( Streak Plate )

2.Class I Biohazard Safety Cabinet

3.อาหารเลี้ยงเชื้อ ( culture media )

4.เครื่องมือในห้องปฏิบัติการต่าง ๆ สำหรับช่วยในการทดลอง

5.กล่องเก็บยุง ( ทำด้วยมุ้งลวด )

6.เหงื่อสังเคราะห์ ( Artificial perspiration ) ยี่ห้อ Pickering Laboratories

3.1.2 สัวต์ที่ใช้ประกอบการทดลอง

1.ยุงลาย, Aedes aegypti ระยะโตเต็มวัย

2.ยุงลายสวน, Aedes albopictus ระยะโตเต็มวัย

3.1.3วิธีการศึกษาค้นคว้า

1.เพาะเลี้ยงแบคทีเรียแต่ละชนิดในสภาวะและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมของแบคทีเรียแต่ละชนิด

2.นำเหงื่อสังเคราะห์มาหยดลงในจานเพาะของแบคทีเรียแต่ละชนิดอย่างเท่า ๆ กัน โดยแบคทีเรียแต่ละชนิดจะถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม

  • กลุ่มแรกหยด eccrine perspiration ( พบในวัยเด็ก แต่ปราศจากสารไขมันเพิ่มเติม )

  • กลุ่มที่2หยด eccrine และ apocrine perspiration ( พบในวัยรุ่น แต่ปราศจากสารไขมันเพิ่มเติม )

  • กลุ่มที่3หยด eccrine perspiration และ sebum ( พบในวัยเด็ก )

  • กลุ่มสุดท้ายหยด eccrine perspiration, apocrine perspiration และ sebum ( พบในวัยรุ่น )

3.รอให้แบคทีเรียมีการย่อยโมเลกุลต่าง ๆ ในเหงื่อแต่ละชนิดโดนทำปฏิกิริยาจนเกิดเป็นกลิ่นได้

4.ปล่อยยุงจากกล่องเก็บยุงให้บินออกมา ห่างจากแบคทีเรียประมาณหนึ่ง ที่สามารถเริ่มสังเกตการตอบสนองของยุงได้

5.สังเกตและบันทึกข้อมูลของการตอบสนองต่าง ๆ ของยุงลายเมื่อได้กลิ่นแบคทีเรียในแต่ละจาน