การศึกษาชนิดของพลาสติกไซเซอร์และอัตราส่วนที่เหมาะสมในการผลิตแผ่นฟิล์มพลาสติกชีวภาพจากฟางข้าว

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ทิพยดา อำคาศักดิ์, ปฐมากุล กิจวัชรบูลย์, ณัฐธิดา พาลโนรี

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุรศักดิ์ บุญธิมา, สุรจิตา เศรษฐภักดี

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันปัญหาพลาสติกเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของโลก เนื่องจากจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้มีการใช้พลาสติกที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้เกิดปัญหาขยะพลาสติกจำนวนมาก ซึ่งพลาสติกโดยทั่วไปที่ผลิตจากปิโตiเลียมจะใช้เวลานานในการย่อยสลาย มนุษย์จึงใช้วิธีการเผาขยะพลาสติกในการกำจัดขยะพลาสติกเนื่องจากใช้เวลาน้อยแต่สามารถกำจัดพลาสติกได้ในปริมาณมาก แต่วิธีการดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อชั้นบรรยากาศ สิ่งแวดล้อม และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ซึ่งพลาสติกชีวภาพเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นำมาใช้แทนพลาสติกที่ผลิตได้จากปิโตรเลียม ซึ่งคณะผู้จัดทำจึงสนใจในการผลิตพลาสติกชีวภาพจากฟางข้าวขึ้นมา เนื่องจากฟางข้าวมีมากในประเทศไทย ซึ่งฟางข้าวมีราคาถูก แต่มีปริมาณเซลลูโลส เฮมิเซลลูโลส และลิกนินที่เป็นองค์ประกอบทางเคมีที่สามารถนำมาใช้ในการผลิตพลาสติกชีวภาพได้ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด โดยการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์มีการใช้พลาสติกไซเซอร์ 4 ชนิดที่แตกต่างกัน ได้แก่ กลีเซอรอล โอเลอิก ปาล์มิติก และสเตียริก ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสม ในการสกัดเซลลูโลส เฮมิเซลลูโลส และลินินที่ได้จากฟางข้าว จะให้วิธี Detergent เพื่อนำผลเซลลูโลสที่ได้มาเติมด้วยสารละลายโซเดียมไฮโดรกไซต์ 40 % ปริมาตร 40 มิลลิลิตร และเติมสารละลายกรดคลอโรอะซีติก ปริมาตร 40 มิลิลิตร จากนั้น นำสารละลายมาแยกส่วนหนืดกับส่วนใสโดยใช้บิวเรต และศึกษาอัตราส่วนของเซลลูโลส แป้งมันสำปะหลัง และพลาสติกไซเซอร์ที่เหมาะสมในการสังเคราะห์พลาสติกชีวภาพ และนำพลาสติกนั้นมาทำการทดสอบสมบัติทางกายภาพเคมีและสมบัติทางเชิงกล และศึกษาระยะเวลาในการย่อยสลาย เพื่อเป็นการนำฟางข้าวที่เหลือใช้มาทำเป็นพลาสติกชีวภาพ ซึ่งสามารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการใช้พลาสติกประโยชน์และเพิ่มมูลค่าให้กับฟางข้าว อีกทั้งยังช่วยลดปัญหามลภาวะทางสิ่งแวดล้อมจากผลผลิตทางการเกษตรที่เหลือใช้และลดการใช้พลาสติกที่ทำมาจากปิโตรเลียม เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเป็นการใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่เหลือทิ้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด