ระบบแจ้งเตือนช่วยเหลืออัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้มีปัญหาด้านการทรงตัว ด้านการเคลื่อนไหวเเละด้านการมองเห็น
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ธนาธิป ชาวนาดอน, วริศรา คงผอม, สิริพร รัชโทมาศ
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ชัยนุรักษ์ ศรีวิสุทธิ์, เกียรติศักดิ์ ตราไชย
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ในปี 2564 ประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์” ตามหลักเกณฑ์ที่ว่าคือมี “ผู้สูงอายุ” อายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ อีกทั้งองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปจะมีแนวโน้มหกล้ม ร้อยละ 28-35 ต่อปี และจะเพิ่มเป็นร้อยละ 32-42 เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 70 เป็นต้นไปซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติในประเทศไทยพบว่า ในปี2564 การพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 รองจากอุบัติเหตุการขนส่ง ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่าประมาณ 1,000 รายต่อปี นอกจากนี้มีข้อมูลผู้สูงอายุที่เรียกและใช้บริการส่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ด้วยสาเหตุการพลัดตกหกล้มมากกว่าประมาณ 50,000 ครั้งต่อปีในประเทศไทย ซึ่งการป้องกันที่สำคัญที่สุดนั่นคือการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงเเละเพื่อช่วยการทรงตัวให้ดีขึ้น อีกทั้งการใช้งานอุปกรณ์ช่วยเดินอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นการล้มที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หรือการชนเฉี่ยวสิ่งกีดขวางโดยไม่ได้ตั้งใจ ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลและทรัพย์สินทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้คณะผู้จัดทำจึงได้คิดพัฒนา safety walker and emergency equipment ระบบแจ้งเตือนช่วยเหลืออัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้มีปัญหาด้านการทรงตัว ด้านการเคลื่อนไหวเเละด้านการมองเห็นเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ติดกับอุปกรณ์ช่วยเดินเช่นไม้เท้าช่วยเดิน4ขาเมื่อผู้สูงอายุหกล้มหรือกำลังจะเดินชนสิ่งกีดขวางระบบจะส่งสัญญาณไซเรนและแจ้งเตือนผ่านลำโพง พร้อมส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังญาติหรือผู้ดูแลผ่าน line notify และมีรีโมทไร้สายซึ่งสามารถให้ผู้ป่วยกดเพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน อีกทั้งระบบนี้ยังสามารถบันทึกข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยและสามารถค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้อีกด้วยซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถแจ้งเตือนการชนสิ่งของซึ่งเป็นปัญหาสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็นให้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างปลอดภัยและสามารถเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุได้อย่างทันท่วงทีซึ่งเป็นนวัตกรรมด้าน smart living ได้แก่ smart health smart care and smart sensor ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่สังคมมนุษย์ยุคปัจจุบันต้องการใช้ในการดำเนินชีวิตเพื่อการพัฒนาเเละขับเคลื่อน นวัตกรรมของสังคมให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต