เครื่องปอกหน่อกะลา

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ศิริลักษณ์ ดาวสุก, จุฑารัตน์ เรือนขำ, อรรถวดี ชมชื่น

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ประกาศิต ปราบพาล, พัชราภรณ์ บุณยทรรศนีย์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนปากเกร็ด

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การสร้างเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับใช้ในการดำรงชีวิตมีวิวัฒนาการควบคู่กับมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย การนำองค์ความรู้ทางวิศวกรรมมาปรับใช้ในการสร้างเครื่องมือนับเป็นการสร้างและพัฒนาให้นำความรู้มาใช้งานได้จริง บริบทสังคมเมืองในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่มีแหล่งอารยธรรมแบบดังเดิมของชุมชนชาวไทยมอญ ยังคงอนุรักษ์วิถีวัฒนธรรมโดยเฉพาะ เรื่อง การรับประทานอาหารที่เป็นวิถีชีวิตและเป็นอาหารที่สร้างชื่อเสียงในชุมชนเกาะเกร็ดด้วยการท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ ด้วยผลิตภัณฑ์อาหารโบราณทอดมันหน่อกะลา หน่อกะลาเป็นผักพื้นบ้านของเกาะเกร็ด และเป็นพืชตระกูลเดียวกับข่า มีลักษณะเหมือนต้นข่าทั้งใบและลำต้น แต่จะมีขนาดเล็กกว่า ชาวไทยมอญบนเกาะเกร็ดใช้หน่อกะลามาประกอบอาหารเป็นเวลานานแล้ว โดยจะนำต้นหน่อกะลามาปอกเปลือกออกเหลือแต่เนื้อใน จะนำมารับประทานสด รับประทานด้วยวิธีการต้มจิ้มน้ำพริกนำไปทำเป็นแกงส้มหรือทอดมันหน่อกะลา

โครงงานเครื่องปอกหน่อกะลา มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและสร้างเครื่องปอกหน่อกะลาที่มีประสิทธิภาพในการปลอกเปลือกของหน่อกะลาได้ดีกว่าวิธีดังเดิม โดยทำการรวบรวมข้อมูลเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น ความสูงของต้น ความหนาของเปลือก จำนวน 300 ต้น จากนั้นนำข้อมูลมาทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลจากการวิเคราะห์พบว่า ต้นหน่อกะลามีค่าเฉลี่ยความสูง 87.02 เซนติเมตร ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 17.72 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นแปรผกผันกับความสูงของลำต้น และส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์คือ หน่ออ่อนของต้นหน่อกะลา มีค่าเฉลี่ยความสูง 35.30 เซนติเมตร ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.65 และขนาดความหนาของเปลือกแปรผกผันกับความสูงของลำต้น จึงนำข้อมูลจากการวิเคราะห์นี้ไปออกแบบ และสร้างเครื่องปอกหน่อกะลา โดยใช้ความสัมพันธ์ความหนาเปลือกกับความสูงลำต้น ในการตั้งค่าการปรับระยะของใบมีด ที่จะกรีดลึกลงไปในลำต้น การทดสอบครั้งที่ 1 ปอกหน่อกะลา จำนวน 100 ต้น และชาวบ้านในชุมชนเกาะเกร็ดนำไปใช้ทดลองปอก 100 ต้น พบว่าหน่ออ่อนที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ดี จำนวน 155 ต้น คิดเป็นร้อยละ 77.5 และหน่ออ่อน ที่ถูกใบมีดกรีดลึกเข้าไปมากเกินไป จำนวน 45 ต้น คิดเป็นร้อยละ 22.5

จากนั้นผู้วิจัยได้ทำการเก็บรวบรวมปัญหา ข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาพัฒนาเครื่องปอกให้ดีขึ้น และทำการทดสอบครั้งที่ 2 โดยชาวบ้านในชุมชนเกาะเกร็ดปอกหน่อกะลาจำนวน 100 ต้น พบว่าหน่ออ่อนนำไปใช้ประโยชน์ได้ดี จำนวน 89 ต้น คิดเป็นร้อยละ 89 และหน่ออ่อน ที่ถูกใบมีดกรีดลึกเข้าไปมากเกินไป จำนวน 11 ต้น คิดเป็นร้อยละ 11 และรวมระยะเวลาทั้งสิ้นที่ใช้ในการปอกด้วยเครื่องปอกหน่อกะลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ลดลงจากการปอกด้วยมือปกติประมาณ 1 ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละ 66.67 จากปัญหาความแม่นยำในการปรับใบมีดนั้นถ้าได้มีการต่อยอดสร้างเครื่องมือการปรับและควบคุมใบมีดแบบอัตโนมัติได้ด้วยวิธีการวิเคราะห์ความแม่นยำจากการประมวณภาพในการวิเคราะห์ความหนาของเปลือกเพื่อปรับใบมีดแบบอัตโนมัติการเก็บรวบรวมข้อมูลในการทำซ้ำโดยใช้หลักการทางปัญญาประดิษฐ์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ทดลองจะได้สร้างและต่อยอดสิ่งประดิษฐ์เพื่อประโชยน์ต่อชุมชนได้ใช้งานในอนาคต

คำสำคัญ : หน่อกะลา, เครื่องปอกหน่อกะลา