การศึกษาประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระของเปลือกแก้วมังกร

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ภิญญดา สรรมณี, สรณ์สิริ กองชีพ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เยาวรี หน่อนาคำ, รัตนวดี โมรากุล

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสตรีวิทยา

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันปัญหาสุขภาพ การที่ดูแก่กว่าวัย สาเหตุหนึ่งก็มาจากอนุมูลอิสระทำให้ใบหน้าดูแก่ ทำให้เกิดการเสื่อมถอยของร่างกาย อาจถึงขั้นเป็นมะเร็ง คณะผู้จัดทำโครงงานจึงได้ศึกษาการต้านอนุมูลอิสระของสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถพบได้ตามผลไม้ต่างๆ โดยเลือก เปลือกแก้วมังกรพันธุ์เนื้อแดงเปลือกแดง และ เปลือกแก้วมังกรเนื้อขาวเปลือกแดง เพราะ เป็นผลไม้ที่ปลูกได้ทั่วทั้งประเทศ หาได้ง่าย มีสรรพคุณอื่นๆมากมาย โดยวิธีการศึกษาประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระได้ออกแบบการทดลองเป็น 2ขั้นตอน ในขั้นตอนแรก คือ การเตรียมสารสกัดหยาบที่ใช้ในการทดลอง โดยนำเปลือกแก้วมังกรพันธุ์เนื้อแดงเปลือกแดง และ เปลือกแก้วมังกรเนื้อขาวเปลือกแดง 140 g ไปสกัดโดยเอทานอลต่อน้ำ อัตราส่วน 1:1 90 g แล้วนำสารสกัดหยาบทั้ง 2 ชนิด แบ่งไปต้มที่อุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียล กับ 90 องศาเซลเซียล เป็นเวลา 2 ,4 ,6 นาที เก็บไว้ในที่มืด และขั้นตอนที่สองคือ การศึกษาการต้านอนุมูลอิสระ โดยนำสารสกัดหยาบมาผสมกับสารละลายDPPH ที่มีความเข้มข้น 0.1 g / 100 ml ตั้งทิ้งที่อุณหภูมิห้อง 30 นาที แล้วนำไปตรวจวัดค่าดูดกลืนแสงด้วยเครื่อง UV-visible spectrophotometer ที่ความยาวคลื่น 517 nm แล้วจึงนำผลการทดลองที่ได้มาใช้ในการคำนวณหาเปอร์เซ็นประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระในเปลือกแก้วมังกรแต่ละพันธุ์

จากการทดลองพบว่า สารสกัดหยาบที่ต้านอนุมูลอิสระได้ดีที่สุดคือเปลือกแก้วมังกรเนื้อแดงเปลือกแดง ต้มที่อุณหภูมิ45 องศาเซลเซียล เป็นเวลา 6 นาที โดยมีร้อยละของประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระคือ 72.06% รองลงมาคือเปลือกแก้วมังกรเนื้อแดงเปลือกแดง ต้มที่อุณหภูมิ45 องศาเซลเซียล เป็นเวลา 2 นาที โดยมีร้อยละของประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระคือ 67.23% รองลงมาคือเปลือกแก้วมังกรเนื้อขาวเปลือกแดง ต้มที่อุณหภูมิ45 องศาเซลเซียล เป็นเวลา 6 นาที โดยมีร้อยละของประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระคือ 66.18% ตามลำดับ