การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแผ่นฟิล์มชีวภาพจากก้านเครือกล้วยที่เติมสารเพิมประสิทธิภาพ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ปนัดดา งอกศรี, ภูบดินทร์ อาษาพันธ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

มุกดา หอมมาลี, เกียรติศักดิ์ บุตรสุด

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย บุรีรัมย์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เนื่องจากในปัจจุบันประเทศไทยมีการทำการเกษตรจำนวนมากเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศหรือเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ อาทิเช่น ผลไม้เมืองร้อน เช่น มะม่วง ทุเรียน เงาะ และกล้วย และสินค้าทางการเกษตรส่วนมากมักจะมีส่วนที่เหลือทิ้ง เช่นกล้วย มีส่วนที่เหลือทิ้งจากการตัดกล้วยเพื่อจำหน่าย คือ ก้านเครือกล้วย ซึ่งส่วนที่เหลือทิ้งนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาต่อสภาพแวดล้อม เช่น ส่งกลิ่นเหม็น และเป็นแหล่งแพร่กระจายของเชื้อโรค อย่างไรก็ตามขยะเหล่านี้ได้มีการนำมาใช้ประโยชน์ เช่น การผลิตถ่านก่อกัมมันต์จากก้านเครือกล้วย (สัมฤทธิ์และคณะ, 2548) เป็นต้น แต่ขยะดังกล่าวยังมีเหลืออยู่และก่อให้เกิดปัญหาต่อสภาพแวดล้อม และในปัจจุบันนี้ยังมีปัญหาขยะพลาสติกจำนวนมาก ในประเทศไทยมีขยะพลาสติกมากถึง 2 ล้านตันต่อปี แต่ละคนสร้างขยะ 1 กิโลกรัม 1 ขีด ต่อวัน เป็นถุงพลาสติก 8-10 ใบต่อวัน ไทยสร้างขยะเปียกมากกว่า 62%  ถ้าสามารถจัดการขยะเปียก ผัก ผลไม้ จะมีทางออก แต่ถ้าเลือกฝังกลบหมด เราต้องการพื้นที่อีกมาก ขณะที่นำไปเผาก็ไม่เกิดประโยชน์ กระแสโลกให้ความสำคัญขยะอาหาร ส่วนขยะพลาสติก ขยะในทะเลไหลมาจากแม่น้ำมากที่สุด แม่น้ำโขงเป็นแหล่งกำเนิดขยะพลาสติกในทะเลมากสุดแห่งหนึ่งในโลก จะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร  ขยะทะเลที่พบอันดับ 1 ถุงพลาสติก ตามด้วยหลอด ฝาพลาสติก ภาชนะบรรจุอาหาร สัตว์น้ำ 200 ชนิด ได้รับผลกระทบ ซึ่งพลาสติกโดยทั่วไปต้องใช้เวลาในการย่อยสลายมากถึง 450 ถึง 500 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพของดิน (ดร.วิจารย์ สิมาฉายา 2561)

จากข้อมูลข้างต้นนี้ทำให้คณะผู้จัดทำสนใจนำขยะจากก้านเครือกล้วยมาแปรรูปเป็นแผ่นฟิล์ม CMC โดยใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ กรดคลอโรอะซิติก โซเดียมไฮดรอกไซด์ และขึ้นรูปเป็นถุงสำหรับใส่ของหรือเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่อาหาร เพื่อเป็นการลดปัญหาขยะทางการเกษตรและเพื่อลดการใช้พลาสติกปิโตเลียมที่ย่อยสลายยากและใช้เวลานาน