การเปรียบเทียบประสิทธิภาพน้ำยาขจัดคราบน้ำมันในท่อน้ำทิ้งโดยใช้สารสกัดกรดออกซาลิกจากใบชะพลู ใบยอ และใบพริกชี้ฟ้า

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณัฐภร พรมน้อย, ณัฐทิกา บาอุ้ย, ชนพัฒน์ บำรุง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

รุ่งทิวา สุภกรรม

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนกัลยาณวัตร

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เมืองหลายเมืองในปัจจุบันประสบกับปัญหาน้ำท่วมขัง เป็นผลมาจากกการระบายน้ำไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ ขนาดท่อระบายน้ำที่มีขนาดเล็ก การใช้ประโยชน์จากพื้นดินเพิ่มขึ้น มีการสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและถมดินสูงขึ้นทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาไหลรวมกันไปที่ถนน การสะสมของเศษขยะ จากร้านขายอาหารตลาดนัด ร้านค้าใกล้บริเวณทางเท้าที่ทิ้งเศษอาหาร ไขมัน ลงมาตามท่อแบบไม่ผ่านระบบกรองทำให้ขยะล้นอุดตัน หรือคราบน้ำมันในท่อระบายน้ำสะสมกันจนเป็นชั้นแข็งคล้ายสบู่ (สิตางศุ์ พิลัยหล้าม ,2560) แผ่นดินทรุดทำให้ลักษณะภูมิประเทศในบางพื้นที่เป็นแอ่งกระทะ ภาครัฐมีการแก้ไขปัญหาคือขุดลอกท่อปีละ 1 ครั้งและในพื้นที่ ที่เป็นจุดอ่อนเกิดน้ำท่วมได้ง่ายจะดำเนินการปีละ 2 ครั้งสาเหตุที่ทำได้เพียงเท่านี้คือมีอุปสรรคในเรื่องของงบประมาณและจำนวนเจ้าหน้าที่ โดยคราบน้ำมันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ท่ออุดตันและให้ผู้จัดทำมีความสนใจที่จะแก้ไขปัญหาคราบน้ำมันในท่อระบายน้ำหรือท่อน้ำทิ้ง จึงได้ศึกษาและสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสารสกัดที่สามารถกำจัดคราบน้ำมันได้และสามารถพบในพืช ซึ่งสารสกัดชนิดนั้นมีชื่อว่า กรดออกซาลิก กรดออกซาลิกจัดเป็นกรดอินทรีย์ที่ให้ค่าความเป็นกรดสูงเทียบเท่ากรดอนินทรีย์เข้มข้นชนิดอื่นๆ คือ ให้ค่าความเป็นกรด(pH)ที่1.3มีคุณสมบัติในการกัดกร่อนและถูกใช้เป็นส่วนผสมของน้ำยาทำความสะอาดสามารถพบได้ในพืชหลากหลายชนิด เช่น ใบชะพลู ใบยอ ใบพริกชี้ฟ้า เป็นต้น (นันทยา จงใจเทศ,2549) โดยการสกัดกรดออกซาลิกทำได้ 2 วิธี คือ วิธีการสกัดด้วยตัวทำละลายหรือการใช้เครื่องซอห์กเลต การใช้สารสกัดกรดออกซาลิกจากพืชนับเป็นการป้องกันร่างกายจากสารเคมีทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง และยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับพืชดังกล่าว