ปืนลมผสมเกสรเมล่อน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธมลวรรณ สุรเสียง สุรเสียง, นารีรัตน์ หงษ์แพงจิตร, ปาลิตา วิชัย

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กัลยารัตน์ นาคีย์, นันทิยา เชื้อคำฮด

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปืนลมผสมเกสรเมล่อน

ธมลวรรณ สุรเสียง1 , นารีรัตน์ หงษ์แพงจิตร1 , ปาลิตา วิชัย1 ,

กัลยารัตน์ นาคีย์2 และ นันทิยา เชื้อคำฮด2

1นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, E-mail:mint162544@gmail.com

2โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บทคัดย่อ

ในปัจจุบันปัญหาที่เกษตรกรมักพบจากการผสมเกสรของเมล่อนนั้นเกิดจากดอกเมล่อน เป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ ดอกตัวเมียและตัวผู้อยู่แยกดอก จำเป็นต้องใช้แรงงานคนในการผสม จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานคนที่สูงเพื่อให้สามารถผสมได้ตามเวลาที่ต้องการ และการติดผลที่ไม่แน่นอนหรือการได้ผลที่ไม่มีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการของตลาด โครงงานเรื่อง ปืนลมผสมเกสรเมล่อน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. สร้างปืนลมผสมเกสรเมล่อน 2. ทดสอบความมีชีวิตของละอองเรณูเมล่อนใน 3 ช่วงเวลาที่เก็บ ได้แก่ ช่วงเวลา 06.00 น., 12.00 น., 17.00 น. 3. เปรียบเทียบประสิทธิภาพการผสมเกสรเมล่อนโดยใช้ปืนลมผสมกับใช้มือผสม มีวิธีการในการดำเนินงาน ดังนี้ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างปืนลมผสมเกสร จัดทำปืนลมผสมเกสรเมล่อน ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 1) กระบอกเก็บละอองเรณู 2) กระบอกปืนลมที่มีการดัดแปลงมาจากปืนฉีดลมปากผสมโดยมีหัวฉีดพ่นขนาดรู 5 มิลลิเมตร 3) ขวดบรรจุลมที่เชื่อมต่อกับจุกสูบลม ข้อต่อลม วาล์วสองหุนและเรกกูเลเตอร์ และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเมล่อนจากเอกสารอ้างอิงและเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญ ทำการทดสอบความมีชีวิตของละอองเรณูเมล่อน โดยวิธีการย้อมสีของละอองเรณูด้วยสารละลาย acetocamine 1% ผลการทดลองพบว่า ละอองเรณูย้อมติดสีในช่วงเวลาเก็บ 06.00 น. มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 92.31 รองลงมาเป็นช่วงเวลาเก็บ 17.00 น. ติดสีย้อมคิดเป็นร้อยละ 83.43 และช่วงเวลาเก็บ 12.00 น. ติดสีย้อมน้อยที่สุดคิดเป็นร้อยละ 79.81 ตามลำดับ ดังนั้นละอองเรณูที่เก็บช่วงเวลา 06.00 น. จึงมีความมีชีวิตมากที่สุด รองลงมาคือ 17.00 น. และ 12.00 น. ตามลำดับ จากนั้นเก็บเกสรตัวผู้ในช่วงเวลา 06.00 น. นำมาผึ่งลมให้แห้งประมาณ 30 นาที แล้วใช้เข็มเขี่ยละอองเรณูจากเกสรตัวผู้มาบรรจุในกระบอกเก็บละอองเรณูประกอบเข้ากับปืนและนำปืนไปยิงผสมกับเกสรตัวเมียเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของปืนลมผสมเกสรเมล่อนและการผสมเกสรโดยใช้มือผสม ติดตามการติดผลของเมล่อนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ จากผลการทดลองพบว่า การผสมโดยปืนลมผสมเกสรสามารถผสมเกสรเมล่อนติดผลได้มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 86.67 และการผสมมือคิดเป็นร้อยละ 53.33 ตามลำดับ ดังนั้นปืนลมผสมเกสรเมล่อนจึงมีประสิทธิภาพในการผสมให้ติดผลได้มากและแน่นอนกว่าการผสมด้วยมือ

คำสำคัญ : ปืนลมผสมเกสร, เมล่อน, ละอองเรณู