การศึกษาและเปรียบเทียบวิธีการสกัดสารฟีนอลิกในเมล็ดมะขาม และเปลือกมะขาม
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
สร้อยมุก พงษ์ประเสริฐ, สวภัทร ไชยช่วย
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
บารเมษฐ์ สิมพร
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ในปัจจุบันผู้บริโภคได้ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพ ความงาม จึงให้ความสำคัญกับสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น เช่น แอนโธไซยานิน เบตาแคโรทีน แคโรทีนอยด์ และฟินอลิก เป็นต้น โดยสารต้านอนุมูลอิสระพบได้ในผักและผลไม้ต่างๆ เช่น ทับทิม มะละกอ องุ่น อะโวคา โด มะเขือเทศ มะขาม เป็นต้น มะขามจัดเป็นผลไม้ที่มีอยู่เฉพาะท้องถิ่นโดยเฉพาะในจังหวัดมุกดาหาร ทำให้จังหวัดมุกดาหารเป็นแหล่งกำเนิดมะขามหวานพันธุ์ดีที่มีชื่อเสียงโด่งดั่งมานาน โดยมะขามมีคุณสมบัติมากมาย เช่น ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้แก่ร่างกายด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสด้วยวิตามินซีจากมะขาม ช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยแห่งวัย จัดว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และยังมีสรรพคุณใช้เป็นยารักษาโรคอีกด้วย โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นยาจะเป็นเนื้อฝักแก่ (มะขามเปียก) เปลือกของลำต้น (ทั้งสดและแห้ง) และเนื้อในเมล็ด สามารถช่วยรักษาได้หลายโรค เช่น เป็นยาขับเสมหะ แก้อาการท้องเดิน บรรเทาอาการท้องผูก ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ เป็นต้น โดยการรับประทานมะขาม จะรับประทานตรงส่วนที่เป็นเนื้อ และจะทิ้งส่วนที่เป็นเมล็ดและเปลือกไป ดังนั้น ถ้าสามารถสกัดสารต้านอนุมูลอิสระอย่างสารประกอบฟินอลิกทั้งหมดจากเปลือก และเมล็ดของมะขามได้ ก็จะสามารถลดปริมาณเมล็ดและเปลือกของมะขามที่เหลือทิ้งได้ ดังนั้นผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะทำการศึกษาและเปรียบเทียบวิธีการสกัดสารต้านอนุมูลอิสระจากเมล็ดมะขาม และเปลือกมะขาม เพื่อให้เป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในด้านความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ หรือใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางต่อไป