การศึกษาฤทธิ์ร่วมกันของสารสกัดใบสันพร้าหอมและหัวเปราะหอมในการต้านเชื้อมาลาเรีย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ครองขวัญ คงอินทร์, ญาณิศา ไกรสิทธิ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จันทร์ทิพย์ จุลศักดิ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเบญจมราชูทิศ

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการออกฤทธิ์ร่วมกันของสันพร้าหอมและเปราะหอมในการต้านมาลาเรียในหลอดทดลองและศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดสันพร้าหอมและเปราะหอมในหลอดทดลอง โดยจากการทบทวนวรรณกรรมพบว่าสมุนไพรทั้ง 2 ชนิดมีฤทธิ์ต้านมาลาเรียและมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคมาลาเรียได้ จึงสนใจที่จะศึกษาการเสริมฤทธิ์ร่วมกันของสันพร้าหอมและเปราะหอมในการต้านมาลาเรียให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยวิธีการทำเริ่มจากการนำพืชสมุนไพรมาทำความสะอาดแล้วอบแห้งและนำไปบดหยาบจากนั้นสกัดตัวอย่างพืชสมุนไพรด้วยตัวทำละลาย 2 ชนิดได้แก่ น้ำและเอทานอลแล้วจึงคำนวณหาค่า % yield ของสารสกัดพืช หลังจากนั้นจึงทำการทดสอบองค์ประกอบทางเคมีของสารสกัดสันพร้าหอมและเปราะหอม ด้วยการทดสอบ Phytochemical screening test ซึ่งพบว่าตรวจพบสารอัลคาลอยด์มากที่สุด แล้วจึงทำการศึกษาฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของมาลาเรียด้วยวิธีการทดสอบ pLDH ซึ่งจะจำแนกเกณฑ์การออกฤทธิ์ต้านมาลาเรียจากสารสกัดสมุนไพร ออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ มีฤทธิ์ต้านมาลาเรียดีมาก ดี ปานกลาง และไม่มีฤทธิ์ต้านมาลาเรีย ตามลำดับ ซึ่งจากผลการทดลอง พบว่าสารสกัดเปราะหอม สันพร้าหอม และ การออกฤทธิ์ร่วมกันของสารสกัดจากเปราะหอมร่วมกับสันพร้าหอมที่สกัดจากน้ำ มีค่า IC50 มากกว่า 50 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร แสดงให้เห็นว่าสารสกัดดังกล่าวไม่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรีย ส่วนสารสกัดสันพร้าหอม เปราะหอม และการออกฤทธิ์ร่วมกันของสารสกัดจากเปราะหอมร่วมกับสันพร้าหอมที่สกัดจากเอทานอลมีฤทธิ์ดีในการต้านเชื้อมาลาเรีย แม้ว่าฤทธิ์ต้านมาลาเรียของสันพร้าหอมและเปราะหอมยังมีประสิทธิภาพไม่เทียบเท่ายามาตรฐาน Artesunate และทำการการทดสอบความเป็นพิษต่อ vero cells ด้วยวิธี MTT ผลที่ได้พบว่าสารสกัดเปราะหอม สันพร้าหอมและการออกฤทธิ์ร่วมกันระหว่างเปราะหอมและสันพร้าหอมที่สกัดด้วยน้ำและที่สกัดด้วยเอทานอลมีค่าความเป็นพิษต่อ vero cell ต่ำกว่า Doxorubucin ซึ่งจากค่า CC50 พบว่าสารสกัดดังกล่าวถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ไม่เป็นพิษ เนื่องจากมีค่า CC50 มากกว่า 20 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร แล้วได้ทำการคำนวนค่า selectivity index (SI) คำนวณได้จากสัดส่วนค่า CC50 ต่อค่า IC50 พบว่าสารสกัดเปราะหอมที่สกัดด้วยน้ำ และสารสกัดสันพร้าหอมที่สกัดด้วยเอทานอลมีค่า SI มากกว่า 10 โดยสารสกัดจากเอทานอลมีฤทธิ์ต้านมาลาเรียที่อยู่ในเกณฑ์ดีและไม่เป็นพิษ ดังนั้นสารดังกล่าวอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่อาจจะนำไปศึกษาต่อในสัตว์ทดลองและเป็นองค์ความรู้นำไปใช้ต่อยอดในการผลิตยารักษาโรคมาลาเรียได้