การศึกษาศักยภาพในการควบคุมเพลี้ยอ่อนศัตรูพืชของหนอนแมลงวันดอกไม้

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชาญกสิณ แซ่เตียว, เกื้อกูล แซ่เฮ่ง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วิกันดา รัตนพันธ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมอ.วิทยานุสรณ์ สุราษฎร์ธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เพลี้ยอ่อน เป็นแมลงศัตรูพืชที่สร้างความเสียหายมากที่สุดชนิด หนึ่ง พืชมากกว่า 3,000 ชนิด มีเพลี้ยอ่อนเป็นศัตรู พืช (Blackman and Eastop, 2006) นอกจากการ สร้างความเสียหายโดยตรงแก่พืชจากการดูดน้ำ เลี้ยงพืชทำให้ใบพืชหงิกย่น มีสีเหลือง และอาจ ทำให้ส่วนยอดชะงักการเจริญเติบโตแล้ว ยังสร้าง ความเสียหายทางอ้อมโดยการเป็นพาหะนำโรคสู่ พืช เพลี้ยอ่อนที่มีรายงานถิ่นอาศัยในแถบร้อนชื้น และอบอุ่นสามารถเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสสาเหตุโรค พืชประมาณ 200 ชนิดสู่พืชได้ (Nault, 1997) เกษตรกรโดยส่วนใหญ่ใช้สารเคมีกำจัดแมลงใน การควบคุมการระบาดของเพลี้ยอ่อน ซึ่งเสี่ยงต่อ การมีสารเคมีตกค้างในผลผลิต ทำให้ไม่ปลอดภัย ต่อผู้บริโภคและผลผลิตอาจไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ในการส่งออก ผลผลิตทางการเกษตรหลายชนิด ของประเทศไทยยังประสบปัญหาสารเคมีตกค้าง เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งในความเป็นจริงเกษตรกรน่า จะสามารถควบคุมปริมาณการใช้สารเคมีกำจัด แมลงได้เหมาะสม แต่เนื่องจากเพลี้ยอ่อน เป็น แมลงที่มักมีพืชอาศัยหลายชนิด ดังนั้นในพืชผักที่ไม่พบการทำลายจาก แมลงอื่น สามารถพบการลงทำลายจากเพลี้ยอ่อน ได้ (ลักขณา และคณะ, 2555) ดังนั้นการศึกษาวิจัย เพื่อหาวิธีที่มีประสิทธิภาพในการจัดการหรือ ควบคุมจำนวนเพลี้ยอ่อนโดยไม่ใช้สารเคมีจึงยัง เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องกระทำ เพื่อสนับสนุนและเพิ่ม ศักยภาพในการผลิตพืชผักปลอดสารพิษของ เกษตรกรไทยให้สามารถส่งออกสู่ตลาดโลกได้ (วิกันดา, 2563)

ระบบการผลิตพืชของเกษตรกรในประเทศไทย มีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช เนื่องจาก เกษตรกรเห็นว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตพืช ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดความสะดวกสบาย ง่ายต่อการ บริหารจัดการ เกิดผลในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาอันรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชนำมาซึ่งผล กระทบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสารพิษตกค้างใน ผลผลิตทำให้ เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ในด้าน เศรษฐกิจการค้ามีระบบมาตรฐานที่เกี่ยวกับความ ปลอดภัยด้านพืช ซึ่งนำไปสู่ข้อกีดกันทางการค้า และ ผลกระทบจากการใช้สารเคมีที่ไม่ถูกต้องที่เกิดกับ เกษตรกร กอรปกับรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การ พัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 โดย มีวิสัยทัศน์ ประเทศไทยเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคด้าน การผลิต การค้า การบริโภค และการบริการเกษตร อินทรีย์ที่มีความยั่งยืน และเป็นที่ยอมรับในระดับ สากลการที่เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรให้ ได้ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จำเป็นต้องมีการนำ เทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน (IPM) มาใช้ในการผลิตพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัย ได้ มาตรฐาน (จารุณี, 2562)

​จากงานวิจัยของ Omkar (2559) ศึกษาการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรเพื่อรองรับประชากรโลกที่กำลังขยายตัว ได้สร้างแรงกดดันต่างๆซึ่งมีผลต่อเกษตรกรและนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ความพยายามในการเพิ่มการผลิตอาหารไม่เพียงเพิ่มศัตรูพืชจำนวนมาก แต่ยังเพิ่มการใช้ยาปราบศัตรูพืชควบคู่ไปด้วย การใช้สารกำจัดศัตรูพืชที่เพิ่มขึ้นนำไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมากมาย ดังนั้นรูปแบบการจัดการศัตรูพืชแบบ eco friendly เป็นเครื่องหมายที่มอบให้กับผลิตภัณฑ์ที่ควบคุมและรับรอง ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยไม่ใช้สารเคมีใด ๆ สารเติมแต่งและวิธีการที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และระบบนิเวศในทุกขั้นตอนของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและการเกษตรได้รับการอนุมัติจาก ECO mark โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสิทธิในการบริโภคผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพทั้งในด้านสุขภาพจิตและทางกายภาพและสิทธิ์ในการรักษาความปลอดภัยของอาหาร ทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะดินน้ำและพลังงานได้รับการอนุรักษ์ไว้ ธรรมชาติถูกใช้อย่างยั่งยืน ระบบนิเวศ ไม่เสียหาย ความหลากหลายทางชีวภาพจะถูกเก็บรักษาไว้ ซึ่งเป็นการจัดการแบบใหม่กำลังถูกตรวจสอบคือการใช้ศัตรูธรรมชาติในการกำจัดศัตรูพืชหรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งคือการควบคุมทางชีวภาพ Syrphids เป็นแมลงวันกลุ่มใหญ่ที่เป็นนักล่าซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพบในบริเวณที่มีเพลี้ยอ่อนซึ่งเป็นศัตรูพืชเกษตรและพืชสวนที่สำคัญ Syrphids เป็นสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์โดยกินน้ำหวานและละอองเรณูในตอนโตและระยะตัวอ่อนที่กินสัตว์เป็นอาหาร มีการตรวจสอบจำนวนมากเกี่ยวกับการกระจายของ Syrphids และบทบาทของมันในฐานะเลียนแบบ Batesian และเป็นแมลงผสมเกสร อย่างไรก็ตามมีการศึกษาค่อนข้างน้อยเกี่ยวกับชีววิทยาของ syrphid มีการวิจัยหรือการค้นคว้าหลายครั้งที่ศึกษาเกี่ยวกับแหล่งที่อยู่อาศัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของประชากร syrphid และเพื่อเพิ่มศักยภาพในการควบคุมทางชีวภาพและประสิทธิภาพการผสมเกสร คณะผู้จัดทำจึงมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาการบริโภคเพลี้ยอ่อยของแมลงวันดอกไม้ ทำให้สามารถลดจำนวนของศัตรูพืชให้ลดลงได้ และสามารถเพิ่มอัตราการผสมเกสรของพืช เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และเพื่อลดการใช้สารเคมีในผลผลิตหรือใช้ให้น้อยที่สุด จะได้ไม่มีผลเสียและมีประโยชน์กับผู้บริโภคให้มากและเยอะที่สุด