การพัฒนาเครื่องมือช่วยประเมินขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

วรรษธณพร จันทร์ฉาย, วัชรพล มีปิด

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

มารุต สุขสมจิตร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เช่น แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เป็นต้น และกิจกรรมการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ได้สร้างรายได้จำนวนมหาศาลจนปัจจุบันเป็นรายได้หลักที่สำคัญของประเทศ แต่เมื่อมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวเพิ่มมากอาจส่งผลต่อคุณภาพของสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่สิ่งอำนวยความสะดวกที่เตรียมไว้ไม่สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวจนทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น การปนเปื้อนขยะจากมนุษย์ในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ การปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูลอันเนื่องมาจากสถานที่นั้นไม่มีห้องน้ำที่เพียงพอ หรือ การเกิดปัญหาที่จอดรถยนต์ไม่เพียงพอกับปริมาณรถยนต์ สิ่งต่าง ๆ เล่านี้ล้วนส่งผลทำให้เกิดความรู้สึก หรือความพึงพอใจในด้านลบ และสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้ที่เกิดขึ้นของแหล่งท่องเที่ยว และยิ่งไปกว่านั้น หากแหล่งท่องเที่ยวนั้นขาดการดูแลเอาใจเท่าที่ควร ปัญหาของสิ่งแวดล้อมและสถานที่เสื่อมโทรมย่อมตามมา และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงสถานที่มากขึ้นทั้งที่จำนวนของนักท่องเที่ยวลดลง

ในปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำแนวคิดต่าง ๆ มาใช้เพื่อจัดการหรือเตรียมการเพื่อจัดการผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการท่องเที่ยว และสามารถคงความสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยวไว้ หนึ่งในแนวคิดที่นำมาปรับใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ การศึกษาค่าขีดความสามารถในการรองรับ (Carrying Capacity หรือ CC) โดยเครื่องมือดังกล่าวถูกนำมาใช้ในการรักษาระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งทรัพยากรการท่องเที่ยว โดยควบคุมจากจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดที่พื้นที่นั้นสามารถรองรับได้โดยไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวทางในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยค่าขีดความสามารถในการรองรับยังแบ่งออกเป็นหลายด้าน ได้แก่ ค่าขีดความสามารถในการรองรับด้านกายภาพ ค่าขีดความสามารถในการรองรับด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ค่าขีดความสามารถในการรองรับด้านสังคมจิตวิทยา และค่าขีดความสามารถในการรองรับด้านนิเวศ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ตามมาหลายรูปแบบ เช่น การนำขีดความสามารถในการรองรับไปประยุกต์ใช้ทำให้เกิดมาตรการการรองรับหรือกลไกการเฝ้าระวังต่าง ๆ เพื่อควบคุมในด้านที่สนใจหรือกำลังเกิดปัญหา และทำให้เกิดความเป็นระบบและระเบียบของแหล่งท่องเที่ยวนั้น ๆ สามารถประเมินสภาพปัจจุบันของแหล่งท่องเที่ยวเพื่อปรับปรุงด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้ต่อไปในอนาคต อย่างไรก็ตามแนวคิดดังกล่าวยังนิยมอยู่ในหมู่ของผู้สนใจศึกษาและนักวิจัย แต่ยังไม่แพร่หลายหรือกระจายไปยังองค์กรด้านการท่องเที่ยว หรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวนั้น ๆ

คณะผู้จัดทำ มีความสนใจในการนำแนวคิดเรื่องขีดความสามารถในการรองรับมาประยุกต์ใช้กับแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สืบเนื่องปัจจุบันเกิดกระแสความนิยมของประชาชนทั่วไปเพิ่มมากขึ้นจากสื่อโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์หลายแห่งมีจำนวนมากขึ้นกว่าในอดีต และอาจก่อให้เกิดปัญหาเกิดขึ้นตามมาหากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่สามารถเตรียมการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นได้อย่างเหมาะสม เช่น ถังขยะที่เตรียมไว้มีไม่เพียงพอ เกิดขยะตกค้าง ห้องน้ำไม่เพียงพอหรือไม่ได้รับการดูแลอย่างเพียงพอ จำนวนที่จอดรถไม่เพียงพอก่อให้เกิดจารจรติดขัดทั้งภายในและภายนอกแหล่งท่องเที่ยว โดยพัฒนาเครื่องมือช่วยประเมินขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งเครื่องมือที่จะพัฒนานี้จะนำแนวคิดเรื่องขีดความสามารถในการรองรับในด้านของสิ่งอำนวยความสะดวกมาประยุกต์และสร้างให้เป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่าย และสะดวกต่อผู้ใช้งานที่เป็นบุคลากรของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เครื่องมือที่พัฒนาได้จะทำให้ทราบจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดที่สามารถรองรับได้ภายใต้สภาวการณ์การบริหารจัดการของแหล่งท่องเที่ยวนั้น ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่หรือบุคคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางแผนงาน แผนการบริหารจัดการ รวมทั้งแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวนั้น ๆ อีกด้วย