การผลิตข้าวเคลือบกลิ่นรสสมุนไพรในข้าวหมกไก่

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พิชามญช์ วิชัย, พิมพิศา ปัททุม

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

มีนารัตน์ วงศ์เสน่ห์, บารเมษฐ์ สิมพร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ข้าวเป็นอาหารและสินค้าส่งออกของประเทศ ปัจจุบันนี้ทั่วโลกกำลังประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโรค covid 19 ทำให้เศรษฐกิจของโลกแย่ลง มีปริมาณการส่งออกข้าวลดลงมาก ทำให้รายได้รวมของประเทศลดลงและเป็นผลให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา ทางผู้จัดจึงได้คิดที่จะแก้ไขปัญหานี้ด้วยการเพิ่มมูลค่าของข้าว โดยการนำข้าวพันธุ์ กข105 มาผลิตเป็นข้าวเคลือบกลิ่นรสสมุนไพร ที่จะผลิตข้าวเคลือบสมุนไพรกลิ่นรสข้าวหมกไก่ โดยการเติมน้ำมันหอมระเหยของสมุนไพรมากกว่าหนึ่งชนิดในสารเคลือบสมุนไพร เพื่อศึกษาลักษณะเชิงคุณภาพของสารเคลือบที่มีอัตราส่วนของน้ำมันหอมระเหยแตกต่างกัน พบว่าการเติมน้ำมันหอมระเหยของสมุนไพรมากกว่าหนึ่งชนิดในฟิล์มแป้งข้าวเจ้า มีน้ำมันหอมระเหยด้วยวิธีการสกัดด้วยน้ำมันสัตว์ สมุนไพรไทยที่มีปริมาณสารสกัดมากที่สุดคือ ขมิ้น กระเทียม กานพลู กระวาน พริกไทย อบเชย ยี่หร่า และเม็ดผักชี ตามลำดับ ซึ่งน้ำมันหอมระเหยจากพืชทั้ง 8 ชนิดมีปริมาตร 16.1, 15.9, 10.6, 8.7, 7.3, 6.8, 3.6 และ2.3 ตามลำดับ โดยจะสังเกตได้ว่าน้ำมันสัตว์ที่เติมลงไปในตอนแรกเมื่อเวลาผ่านไป 30 ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำมันหอมระเหยได้แตกต่างกัน เพื่อศึกษาเปรียบเทียบลักษณะข้าวเคลือบด้วยวิธีการจุ่มจากสารเคลือบที่มีอัตราส่วนของน้ำมันหอมระเหยแตกต่างกัน โดยการศึกษาเปรียบเทียบลักษณะข้าวเคลือบด้วยวิธีการจุ่มจากสารเคลือบที่มีอัตราส่วนของน้ำมันหอมระเหยแตกต่างกัน โดยค่าร้อยละของข้าวเคลือบเต็มเมล็ดที่เคลือบด้วยวิธีการจุ่มด้วยสารเคลือบชนิดที่ 1 และสารเคลือบชนิดที่ 2 มีค่าร้อยละของข้าวเคลือบเต็มเมล็ด คือ 75.47 และ 75.33 ตามลำดับ เมื่อทดสอบสถิติแล้วพบว่าไม่มีความแตกต่างกัน การศึกษาลักษณะภายนอกของข้าวเคลือบเมื่อเปรียบเทียบกับข้าวธรรมดาทั้งแบบสุกและแบบไม่สุกพบว่า ข้าวธรรมดาแบบไม่สุกจะมีสีขาวขุ่น ผิวขรุขระไม่เรียบ เมื่อนำมาเทียบกับข้าวเคลือบจะพบว่าข้าวที่เคลือบด้วยสารเคลือบชนิดที่ 1และชนิดที่ 2 แบบไม่สุกจะมีสีเหลืองใส ผิวขรุขระไม่เรียบ แต่ข้าวที่เคลือบด้วยสารเคลือบชนิดที่ 2 จะมีความมันซึ่งแตกต่างจากชนิดที่ 1 และข้าวธรรมดาแบบสุกจะมีสีขาวขุ่น ผิวเรียบ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้าวเคลือบจะพบว่าข้าวที่เคลือบด้วยสารเคลือบชนิดที่ 1และชนิดที่ 2 แบบสุกจะมีสีเหลืองใส ผิวเรียบ แต่ข้าวที่เคลือบด้วยสารเคลือบชนิดที่ 2 จะยังมีความมันอยู่แม้ว่าจะถูกนำไปทำให้สุกแล้วซึ่งแตกต่างจากชนิดที่1 เมื่อทำการศึกษาเกี่ยวกับค่าการละลายของสารเคลือบพบว่าค่าการละลายของสารเคลือบจากสารเคลือบชนิดที่ 1 (สารเคลือบที่ไม่ได้เติมน้ำมันหอมระเหย) มีค่าการละลายของสารเคลือบเฉลี่ยอยู่ที่ 2.44 และค่าการละลายของสารเคลือบที่ชนิดที่ 2 (สารเคลือบที่เติมน้ำมันหอมระเหย) มีค่าการละลายของสารเคลือบเฉลี่ยอยู่ที่ 3.88 ทำการทดสอบสถิติพบว่ามีค่ามากกว่าค่าการละลายของสารเคลือบชนิดที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญที่ความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95 ส่งผลให้สารเคลือบชนิดที่ 2 ไม่สามารถเคลือบติดที่ผิวของข้าวได้ดีเท่าสารเคลือบชนิดที่ 1 จึงมีค่าการละลายของสารเคลือบสูงกว่าข้าวที่เคลือบจากสารเคลือบชนิดที่ 1 ศึกษาลักษณะเชิงคุณภาพของสารเคลือบที่มีอัตราส่วนของน้ำมันหอมระเหยแตกต่างกัน โดยสารเคลือบชนิดที่ 1 (สารเคลือบที่ไม่ได้เติมน้ำมันหอมระเหย) สีของสารเคลือบจะมีสีเหลืองส้ม มีความหนืดน้อย และในสารเคลือบชนิดที่ 2 (สารเคลือบที่ได้เติมน้ำมันหอมระเหย) สารเคลือบมีสีเหลืองส้มเข้ม มีความหนืดและความมันมาก