การศึกษาประสิทธิภาพของ Cinnamaldehyde จากเปลือกอบเชยในการยืดอายุการเก็บรักษาขนมที่มีส่วนประกอบของถั่วเขียว

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กชพร รัตนะบรรจงการ, เมธัส อินทร์ทอง, กุลธิดา มาระชัย

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เปรนิกา มณีท่าโพธิ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องการศึกษาประสิทธิภาพของ Cinnamaldehyde จากเปลือกอบเชยในการยืดอายุการเก็บรักษาขนมที่มีส่วนประกอบของถั่วเขียว จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาวิธีการสกัดน้ำมันหอมระเหยที่มีส่วนประกอบของ Cinnamaldehyde จากเปลือกอบเชย ศึกษาผลในการยับยั้งเชื้อ Staphylococus aureus และการยืดอายุการเก็บรักษาขนมที่มีส่วนประกอบของถั่วเขียว โดยได้แบ่งการทดลองออกเป็น 4 ขั้นตอนคือ ตอนที่ 1 ขั้นศึกษาวิธีการสกัดน้ำมันหอมระเหยที่มีส่วนประกอบของ Cinnamaldehyde จากเปลือกอบเชย โดยมีการศึกษาชนิดและความเข้มข้นของตัวทำละลายที่ใช้ ตอนที่ 2 ขั้นศึกษาผลของ Cinnamaldehyde ในน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกอบเชยในการยับยั้งเชื้อ Staphylococus aureus โดยเพาะเชื้อ Staphylococus aureus ลงบนอาหารเลี้ยงเชื้อ TSA และ MHA หาความเข้มข้นที่เหมาะสมที่สุดในการยับยั้งเชื้อ Staphylococus aureus ตอนที่ 3 ขั้นการนำ Cinnamaldehyde ในน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกอบเชยมาใช้ยืดอายุการเก็บรักษาขนมที่มีส่วนประกอบของถั่วเขียวและตรวจสอบคุณภาพ โดยการวัดค่า pH และค่าแอคติวิตี้ของน้ำ ตอนที่ 4 ขั้นศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภค จากผลการทดลอง เมื่อนำเปลือกอบเชยสกัดด้วยตัวทำละลายระบบหมุนเวียนด้วยชุดซอกห์เลต พบว่า เอทานอลเป็นตัวทำละลายที่ดี และอัตราส่วนโดยมวลต่อปริมาตรของเปลือกอบเชยและเอทานอล 1 : 5 ได้ Cinnamaldehyde เฉลี่ยร้อยละ 39.02 0.27 และสามารถยับยั้งเชื้อ Staphylococus aureus ในอาหารเลี้ยงเชื้อ TSA มีขนาด Inhibition zone เฉลี่ย 10.50 0.50 mm. ในอาหารเลี้ยงเชื้อ MHA มีขนาด Inhibition zone เฉลี่ย 9.30 0.18 mm. เมื่อผลิตลูกชุบที่เคลือบด้วยวุ้นที่มีส่วนผสม Cinnamaldehyde ในน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกอบเชยและนำไปตรวจสอบค่าแอคติวิตีของน้ำ (aw) และค่า pH ทุกวันเป็นเวลา 5 วันพบว่า ค่าแอคติวิตีเฉลี่ยของน้ำมีค่าเพิ่มขึ้นเป็น 0.85 0.001 และค่า pH เฉลี่ย ลดลงเป็น 4.57 0.035 ช้ากว่าชุดควบคุม จากการศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภคด้านลักษณะทางกายภาพลักษณะที่ปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส ความชอบโดยรวมในระดับดีมากมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 96.33 10.75