เยลลี่คอลลาเจนช่วยฟื้นฟูสภาพผิวของสารสกัดจากเกล็ดปลานิล เปลือกทับทิม และลูกหม่อน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

รัญชิดา สีหราช, พันธิตรา แก้วป้องปก

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จารุวรรณ จงทอง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปลานิล (Oreochromis niloticus) เป็นที่นิยมในการบริโภค และมีสิ่งที่เหลือเป็นจำนวนมากคือ เกล็ดปลานิล ที่สามารถนำไปเพิ่มมูลค่าโดยการสกัดเป็นคอลลาเจนได้ เกล็ดปลานิลมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่ช่วยป้องกันการเพิ่มเม็ดสีผิว และนอกจากที่ยังคงจำเป็นที่จะต้องเสริมสร้างสารชนิดอื่นเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวอย่างเช่น เปลือกทับทิมและลูกหม่อน เนื่องจากเปลือกทับทิม(Punica granatum L.) เป็นส่วนที่เหลือจากทับทิมจึงนำมาเพิ่มมูลค่าโดยยการนำไปสกัดสาร และยังประกอบด้วยวิตามินที่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิดเช่น วิตามินซี วิตามินอี และเบต้าแคโรทีน (β-carotene ) (Hernandez และคณะ 2006) และมีงานวิจัยรายงานว่า มีสารออกฤทธิ์ในการยับยั้งอนุมูลอิสระ (Okonogi และคณะ, 2006;Award และคณะ, 2001) อีกทั้งยังพบว่า สารประกอบฟีนอลิกนี้ช่วยชะลอความชราได้ ส่วนลูกหม่อน (Morus alda L.) เป็นวิตามินซีชนิดหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอีกด้วย การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสำอาง นอกจากนี้ในส่วนของต้นทุน คอลลาเจนที่สกัดจากเกล็ดปลานิลและเปลือกทับทิมมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด และลูกหม่อนมีต้นทุนกิโลกรัมละ 80 บาทหรือสามารถหาได้จากที่บ้าน จึงได้นำสารสกัด 3 ชนิดนี้ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอาง