เยลลีไบโอแคลเซียมจากเปลือกไข่
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ปภาวดี น้อมจิตรจง, กรธิดา นกสวน
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ณัฐภัสสร เหล่าเนตร์
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
แคลเซียมเป็นหนึ่งในแร่ธาตุที่พบมากในร่างกาย ที่มีความสำคัญมากกับคนทุกเพศทุกวัย แคลเซียมเป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน และมีบทบาทในการหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อ ซึ่งโดยปกติร่างกายต้องการแคลเซียมในปริมาณ 1,000-1,300 มิลลิกรัมต่อวัน โดยเฉพาะในเด็กที่ต้องการปริมาณของแคลเซียมที่มากพอเพื่อเสริมสร้างร่างกายและกระดูกให้แข็งแรง นอกจากนั้นการที่ได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอเป็นหนึ่งสาเหตุที่สำคัญของการเกิดโรคกระดูกพรุน (กนกทิพย์, 2556)
อาหารที่เป็นแหล่งแคลเซียมนั้น สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์จากนม และผักใบเขียว (มัทนาวดี บุพศิริ และคณะ, 2559) ซึ่งอาหารประเภทนี้หาได้ไม่ยาก แต่หนึ่งในปัญหาที่คนบางกลุ่มได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันโดยปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการทานยาก โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มักจะไม่ชอบรับประทานผัก และไม่ชอบดื่มนม จากการสังเกตเห็นของผู้พัฒนาพบว่าในประเทศไทย ผู้คนส่วนใหญ่มักจะใช้ไข่ไก่เป็นหนึ่งในส่วนประกอบของอาหาร และทิ้งเปลือกไข่ที่ไม่สามารถประทานได้โดยตรงอย่างไร้ประโยชน์ โดยจากเปลือกไข่ซึ่งมีแคลเซียมเป็นองค์ประกอบ (นุชนภา ตั้งบริบูรณ, 2559) จึงมีแนวคิดในการนำแคลเซียมจากเปลือกไข่ไปใช้ประโยชน์อย่างถึงที่สุด โดยไข่นั้นนอกจากจะมีเปลือกไข่เป็นองค์ประกอบแล้วยังมีเยื่อเปลือกไข่ซึ่งมีสารอาหารไม่แพ้กัน โดยองค์ประกอบหลักของเยื่อเปลือกไข่นั้นคือโปรตีน (วรรณวิบูลย กาญจนกุญชร, 2557) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ จึงมีแนวคิดในการนำโปรตีนจากเยื่อเปลือกไข่มาเสริมในการพัฒนาเยลลีให้มีประโยชน์แก่ร่างกายมนุษย์อย่างถึงที่สุด
ดังนั้นการพัฒนาเยลลีให้เป็นแหล่งแคลเซียมที่รับประทานง่าย ก็เป็นหนึ่งทางเลือกที่จะสามารถช่วยให้ผู้คนได้รับแคลเซียมได้มากขึ้น และยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัตถุดิบที่เหลือจากการนำไปรับประทานหรือปรุงอาหาร