การประยุกต์ใช้ไคโตซานจากเปลือกกุ้งร่วมกับการใช้สารสกัดหยาบจากใบกรุงเขมาในการทำปลอกหุ้มเมล็ดเพื่อเพิ่มอัตราการงอกและอัตราการรอดตายของพืชวงศ์แตง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กชพร อาจหาญ, อาทิตญา คำมี

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

พิมพ์ชนก ปันสุวรรณ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนพะเยาพิทยาคม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรรมที่มีการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรกรเป็นอันดับต้นๆของโลก ผลผลิตทางการเกษตรใช้บริโภคภายในประเทศ และส่งออกนอกประเทศส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้จากการเพาะปลูก พืชตระกูลแตงถือเป็นหนึ่งในผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของเกษตรกรไทย มีการปลูกอย่างแพร่หลาย เช่น แตงกวา มะระ เมล่อน แคนตาลูป แตงโมและฟักทอง แต่เนื่องจากเกษตรกรนิยมปลูกเมล็ดลงดินโดยตรง อัตราการงอกของเมล็ดพันธุ์ต่ำ ทำให้เกษตรกรพบปัญหาต้องเสียเวลาปลูกเมล็ดทดแทนหลุมปลูกที่ไม่งอก ต้นที่ปลูกทดแทนนั้นก็โตไม่ทันต้นที่ปลูกก่อนหน้า

จากการศึกษาของบุญมี ศิริ และคณะ (2556) พบว่าการแช่เมล็ดในสารละลายไคโตซานสามารถช่วยทำให้เมล็ดพันธุ์มีความงอกและมีความเร็วในการงอกของเมล็ดเพิ่มขึ้น และมีความแข็งแรงกว่าเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้ผ่านการกระตุ้นการงอกและจาก ญาทิปวีร์ ปักแก้ว(2558) ได้ให้ข้อมูลว่าใบกรุงเขมามีสารเพคติน ชนิดLow methoxyl เป็นองค์ประกอบในปริมาณสูง ซึ่งมีคุณสมบัติในการพองตัวอุ้มน้ำได้ เหมาะสำหรับการนำมาใช้อุ้มน้ำเพื่อให้ความชื้นกับเมล็ด

ดังนั้นคณะผู้จัดทำโครงงานจึงสนใจที่จะศึกษาการเพิ่มอัตราการงอกของเมล็ดโดยใช้โดยวิธีการ Reverse spherification ซึ่งใช้แคลเซียมแลคเตทผสมกับไคโตซานร่วมกับเจลจากใบกรุงเขมา หยดลงในสารละลายโซเดียมแอลจิเนต ซึ่งทำให้เกิดการห่อหุ้มสารภายใน เพื่อที่จะศึกษาผลของไคโตซานผสมเจลจากใบกรุงเขมาต่อการงอกของเมล็ดพันธุ์พืชสามชนิด คือ เมล่อน แตงโม และแคนตาลูป หาอัตราส่วนที่เหมาะสมในการหุ้มเมล็ดจากนั้นศึกษาผลของเมล็ดพันธุ์ที่ถูกหุ้มด้วยไคโตซานผสมเจลจากใบกรุงเขมาที่ผ่านการทำ Reverse spherification โดยเพื่อที่จะนำวิธีการที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการงอกของเมล็ดมาใช้เป็นแนวทางของวิธีการเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกรที่มีอาชีพปลูกพืชที่จำเป็นต้องใช้เมล็ดในการเพาะปลูก